TH
ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์
ฟิกฮ์ อุสเราะฮ์ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว)
24 hadiths
การนิกาหฺ(การแต่งงาน)
5
ค่าเลี้ยงดู
2
เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ
3
สังคมมุสลิม
4
ข้อตัดสินชี้ขาดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบรรดาสตรี
10
ข้อตัดสินชี้ขาดต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทารกแรกเกิด
1
24 hadiths
จากอบีซะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริง โลกนี้ช่างหอมหวานและเขียวขจี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งพวกเจ้าให้เป็นคอลีฟะฮ์เพื่อจัดการสิ่งที่อยู่ในนั้น แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกเจ้ากระทำเช่นไร ดังนั้น จงระวังโลกนี้และระวังผู้หญิง เพราะแท้จริง ฟิตนะฮ์แรกที่เกิดขึ้นกับวงศ์วานอิสรออีลก็เนื่องมาจากผู้หญิง”
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ศรัทธาชาย(สามี) จงอย่าได้เกลียดผู้ศรัทธาหญิง(ภรรยา) หากเขาไม่พอใจพฤติกรรมบางอย่างจากนาง แน่นอนเขาพอใจกับพฤติกรรมอื่นของนาง" หรือท่านกล่าวว่า "พฤติกรรมอื่นจากนั้น"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า: เขากล่าวแก่อะฏออ์ บิน อบีเราะบาห์ ว่า “เจ้าจะเอาไหม ฉันจะให้เจ้าได้ดูผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เป็นชาวสวรรค์?” ฉันพูดว่า: ใช่ เขาพูดว่า: ผู้หญิงผิวดำคนนี้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม และกล่าวว่า: ฉันเป็นโรคลมบ้าหมูและฉันจะเปลือยผ้าโดยไม่รู้ตัวเสมอ ดังนั้นท่านจงวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อฉันหน่อยเถิด"ท่านนบีกล่าวว่า "ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าอดทนได้ สวรรค์ก็จะเป็นของเจ้า และถ้าเจ้าต้องการ ฉันจะวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อรักษาเจ้า (ให้หาย) " เขากล่าวว่า: ฉันจะอดทนไว้ เขากล่าวว่า: แต่ฉันจะเปลือยผ้า (ซึ่งฉันไม่ต้องการ) ดังนั้น ท่านจงวิงวอนต่อพระเจ้า เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเปลือยผ้า ท่านจึงวิงวอนให้สำหรับเธอ
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي سعيد الخدري رضي الله عنه مرفوعاً: «إِنَّ مِنْ أَشَرِّ النَّاسِ عِندَ الله مَنزِلَةً يَومَ القِيَامَةِ الرَّجُلَ يُفضِي إِلَى المَرْأَةِ وَتُفْضِي إِلَيه، ثُمَّ يَنشُرُ سِرَّهَا».
رواه مسلم
عن أبي شريح خويلد بن عمرو الخزاعي و أبي هريرة رضي الله عنهما عن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «اللَّهُمَّ إِنِّي أُحَرِّجُ حَقَّ الضَعِيفَين: اليَتِيم والمَرْأَة».
حديث أبي شريح رواه النسائي. وحديث أبي هريرة رواه ابن ماجه وأحمد
จากอับดุลลอฮ์ อิบนุอัมร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า: แท้จริงท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่นับว่าเป็นผู้ที่เชื่อมสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่ถือปฏิบัติการเชื่อมสัมพันธ์เฉพาะผู้ที่เชื่อมต่อกับเขา แต่ผู้ที่ทำการเชื่อมสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้นคือเมื่อมีการตัดการเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เขาก็เชื่อมสัมพันธ์นั้น"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
عن عبد الله بن عمر رضي الله عنهما عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «المؤمن الذي يخالط الناس، ويصبر على أذاهم خير من الذي لا يخالط الناس ولا يصبر على أذاهم».
رواه الترمذي وابن ماجه وأحمد
จากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "บรรดาผู้ศรัทธาที่มีอีหม่านสมบูรณ์ที่สุด คือผู้ที่มีมารยาทที่ดีที่สุดในหมู่พวกเขาและคนที่ดีที่สุดในหมู่พวกเจ้า คือผู้ที่ปฏิบัติอย่างดีที่สุด ต่อบรรดาสตรีของเขา"
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัด
จากอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า แท้จริงท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า : "โลกนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ให้ความสุข และสิ่งที่ให้ความสุขที่ดีที่สุดในโลกนี้ คือผู้หญิงที่ดี"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : อัลลอฮฺ ตะอาลาตรัสว่า:"โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย จงใช้จ่ายในหนทางของฉันเถิด แท้จริงฉันเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่เจ้า"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุกบะฮ์ บิน อามิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พวกเจ้าจงระวังในการปะปนกับผู้หญิง” จากนั้นชายชาวอันศอรกล่าวว่า “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ท่านว่าอย่างไรกับญาติของสามีที่เป็นผู้ชาย? ท่านตอบว่า “จงระวังญาติของสามีที่เป็นผู้ชายเสมือนระวังจากความตาย”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอัล-อัสวัด บิน ยะซีด กล่าวว่า: ฉันถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ ถึงสิ่งที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทำในบ้านของเขา? เธอกล่าวว่า:มักจะทำงานของครอบครัวท่าน - หมายถึงการรับใช้ครอบครัวของเขา - และเมื่อเข้าเวลาละหมาด เขาก็จะออกไปละหมาด
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เมื่อชายคนหนึ่งใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวของเขาเพื่อหวังในผลบุญ ดังนั้นการกระทำของเขานั้นถือเป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง "
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي سعيد الخُدْرِي رضي الله عنه قال: جاءت امرأة إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم فقالت: يا رسول الله، ذهب الرجال بِحَدِيثِكَ، فاجْعَل لنَا من نَفْسِك يومًا نَأتِيكَ فيه تُعَلِّمُنَا مما عَلَّمَكَ الله، قال: «اجْتَمِعْنَ يَوَم كَذَا وكَذَا» فَاجْتَمَعْنَ، فأتَاهُنَّ النبي صلى الله عليه وسلم فَعَلَّمَهُنَّ مما عَلَّمَهُ الله، ثم قال: «ما مِنْكُنَّ من امرأة تُقَدِّمُ ثَلاَثَة من الولد إلا كانوا حِجَابًا من النَّارِ» فقالت امرأة: واثنين؟ فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «واثنين».
متفق عليه
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่งผู้ชายที่แต่งกายเหมือนผู้หญิง และผู้หญิงที่แต่งกายเหมือนผู้ชาย
บันทึกโดย อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ อิบนุมาญะฮ์ด้วยความหมายทำนองเดียวกัน และอะห์มัด
عن ابن عمر رضي الله عنهما قال: رأى رسول الله صلى الله عليه وسلم صبيًّا قد حُلِق بعض شعر رأسه وترك بعضه، فنهاهم عن ذلك، وقال: «احلقوه كله، أو اتركوه كله».
رواه أبو داود والنسائي في الكبرى
จากอบู สะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปยังสถานที่ละหมาดในช่วงวันอีฎิ้ลอัดฮาหรือวันอีดิลฟิฏริ และเขาได้เดินผ่านบรรดาผู้หญิง แล้วกล่าวว่า : “โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี ฉันไม่เคยเห็นผู้มีสติปัญญาน้อยและศาสนาน้อยใดที่สามารถทำให้ผู้ชายที่มีความเด็ดขาดหลงใหลได้เท่ากับพวกเธอ” พวกนางถามต่อว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ การบกพร่องทางศาสนาและสติปัญญาของพวกเราเป็นเช่นใดหรือ? ท่านตอบว่า: "ก็การเป็นพยานของหญิงคนหนึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งในการเป็นพยานของผู้ชายไม่ใช่หรือ?" พวกนางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางสติปัญญา และหญิงมีเลือดประจำเดือนนั้นไม่ต้องละหมาดและไม่ต้องถือศีลอดมิใช่หรือ?” นางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางศาสนาของนาง”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عقبة بن عامر قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «خير النكاح أيْسَرُه»، وقال النبي صلى الله عليه وسلم لرجل: أتَرضى أن أُزَوِّجَكَ فُلانة «قال: نعم، قال لها: أترْضَين أن أُزوِّجَكِ فلانا» قالت: نعم، فزوجها رسول الله صلى الله عليه وسلم ، ولم يَفرض صداقًا، فدخل بها، فلم يُعطها شيئًا، فلما حضرتْهُ الوفاة قال: إن رسول الله صلى الله عليه وسلم زوجني فلانة، ولم أُعطها شيئًا، وقد أعطيتها سَهمي من خَيبر، فكان له سهم بخيبر فأخذتْهُ فباعتْهُ فبلغ مائة ألف.
رواه أبو داود
عن ابن عباس رضي الله عنهما أنه سمع النبي صلى الله عليه وسلم يقول: «لا يَخْلُوَنَّ رجلٌ بامرأةٍ، ولا تسافِرَنَّ امرأةٌ إلا ومعها محرمٌ»، فقام رجل فقال: يا رسول الله، اكتتبت في غزوة كذا وكذا، وخرجت امرأتي حاجة، قال: «اذهب فحج مع امرأتك».
متفق عليه
عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: «تُنْكَحُ المَرْأَةُ لِأَرْبَعٍ: لِمَالِهَا وَلِحَسَبِهَا وَجَمَالِهَا وَلِدِينِهَا، فَاظْفَرْ بِذَاتِ الدِّينِ، تَرِبَتْ يَدَاكَ».
متفق عليه
عَنْ عَبْدِ اللهِ بْنِ عَبَّاسٍ أَنَّ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ رَأَى خَاتَمًا مِنْ ذَهَبٍ فِي يَدِ رَجُلٍ، فَنَزَعَهُ فَطَرَحَهُ، وَقَالَ: «يَعْمِدُ أَحَدُكُمْ إِلَى جَمْرَةٍ مِنْ نَارٍ، فَيَجْعَلُهَا فِي يَدِهِ»، فَقِيلَ لِلرَّجُلِ بَعْدَ مَا ذَهَبَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: خُذْ خَاتِمَكَ انْتَفِعْ بِهِ، قَالَ: لَا وَاللهِ، لَا آخُذُهُ أَبَدًا وَقَدْ طَرَحَهُ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ.
رواه مسلم
عَنْ جَابِرِ بْنِ عَبْدِ اللَّهِ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُمَا قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: «إِذَا كَانَ جُنْحُ اللَّيْلِ أَوْ أَمْسَيْتُمْ فَكُفُّوا صِبْيَانَكُمْ، فَإِنَّ الشَّيَاطِينَ تَنْتَشِرُ حِينَئِذٍ، فَإِذَا ذَهَبَ سَاعَةٌ مِنَ اللَّيْلِ فَحُلُّوهُمْ، فَأَغْلِقُوا الأَبْوَابَ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ، فَإِنَّ الشَّيْطَانَ لاَ يَفْتَحُ بَابًا مُغْلَقًا، وَأَوْكُوا قِرَبَكُمْ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ، وَخَمِّرُوا آنِيَتَكُمْ وَاذْكُرُوا اسْمَ اللَّهِ، وَلَوْ أَنْ تَعْرُضُوا عَلَيْهَا شَيْئًا، وَأَطْفِئُوا مَصَابِيحَكُمْ».
متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า 3 ประการ และทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า 3 ประการ ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า จาก: การทำอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ การไม่ตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์และการที่พวกเจ้ายึดให้มั่นในสายเชือกของอัลลอฮ์อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่แตกแยก และพระองค์ทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า การพูดว่า ‘เขากล่าวอย่างนั้นและเขากล่าวอย่างนี้’ (การพูดเรื่องซุบซิบนินทาหรือเรื่องไร้สาระ) การถามมากและการผลาญทรัพย์”
บันทึกโดย มุสลิม
عَنْ أَبِي مُوسَى عَنِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ: «إِنَّ المُؤْمِنَ لِلْمُؤْمِنِ كَالْبُنْيَانِ يَشُدُّ بَعْضُهُ بَعْضًا» وَشَبَّكَ أَصَابِعَهُ.
متفق عليه