TH
All hadiths
The complete card collection, filter by chapter
อัลกุรอานุลกะรีมและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
26
หะดีษและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง
3
อะกีดะฮ์ (หลักความเชื่อ)
135
ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์
288
คุณธรรมและมารยาท
288
อัดดะอ์วะฮ์วัลอิห์ติซาบ (หลักการเผยแพร่เชิญชวน)
15
ชีวประวัติและประวัติศาสตร์
38
655 hadiths
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่หญิงชาวอันศอรคนหนึ่ง ซึ่งอิบนุอับบาสเคยบอกชื่อนางแก่ฉันแล้วแต่ฉันลืมชื่อนาง : "อะไรขัดขวางไม่ให้เจ้าประกอบพิธีฮัจญ์ร่วมกับเรา?" นางกล่าวว่า "เราไม่มีอะไรนอกจากอูฐสองตัวเท่านั้น ดังนั้นสามีและลูกจึงประกอบพิธีฮัจญ์ด้วยอูฐตัวหนึ่ง และทิ้งอีกตัวไว้ให้เราใช้ตักน้ำจากบ่อ" ท่านเราะซูลกล่าวว่า: "เมื่อเดือนเราะมะฎอนมาถึง ก็จงทำอุมเราะฮ์ เพราะการทำอุมเราะฮ์ในเดือนรอมะฎอนนั้นเทียบเท่ากับการทำฮัจญ์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن فَضَالَةُ بنُ عُبَيْدٍ وسلمان الفارسي وعقبة بن عامر الجهني رضي الله عنهم مرفوعاً: «كُلُّ مَيِّتٍ يُخْتَمُ على عَمَلِهِ إلا الُمرَابِطَ في سبيل الله، فإنه يَنْمِي لَهُ عَمَلَهُ يوم القيامة، ويُؤَمَّنُ فتنة القبر».
رواه أبو داود والترمذي وأحمد من حديث فضالة -رضي الله عنه
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดที่ประกอบพิธีหัจญ์โดยที่เขางดการมีเพศสัมพันธ์ และไม่กระทำสิ่งชั่วช้าใดๆ เขาผู้นั้นจะกลับมาเสมือนวันที่มารดาของเขาได้คลอดเขาออกมา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ พวกเราเห็นว่าการญิฮาด (การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์) นั้นเป็นศาสนกิจที่ประเสริฐที่สุด ดังนั้น เราควรออกญิฮาดหรือไม่? ท่านตอบว่า "ไม่ แต่การญิฮาดที่ประเสริฐที่สุด คือฮัจญ์มับรูร”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "เมื่ออัลลอฮ์ทรงรวบรวมผู้คนในยุคแรกและยุคหลังไว้ในวันกิยามะฮ์ จะถูกยกธงขึ้นสำหรับผู้ทรยศทุกคน และจะมีการกล่าวว่า: นี่คือการทรยศของคนนั้น ลูกของคนนั้น"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูบักเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เอาไหมฉันจะบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่เป็นบาปใหญ่ที่สุดในบรรดาบาปใหญ่ทั้งหลาย?" ท่านพูดซ้ำสามครั้ง พวกเขากล่าวว่า: แน่นอน โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แล้วท่านก็กล่าวว่า: "คือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การเนรคุณต่อพ่อแม่" แล้วท่านก็ลุกขึ้นนั่งจากที่ท่านเอนกาย แล้วกล่าวว่า "พึงรู้เถิด และการกล่าวเท็จ ท่านได้กล่าวคำกล่าวนี้ซ้ำหลายครั้ง จนเราหวังอยากให้ท่านเงียบ
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ทรงห้ามไม่ให้พวกเจ้าทำการสาบานต่อบรรพบุรุษของพวกเจ้า” อุมัรกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันไม่ได้สาบานต่อบรรพบุรุษอีกเลยตั้งแต่ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามการกระทำเช่นนั้น ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา (เช่นในกรณีที่บอกคำสาบานของผู้อื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์).
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ในการทำสงครามของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ครั้งหนึ่งนั้นได้พบผู้หญิงคนหนึ่งถูกสังหาร ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมจึงประณามการฆ่าผู้หญิงและเด็ก
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عبد الله بن أبي أوفى رضي الله عنه أَنَّ رسول الله صلى الله عليه وسلم فِي بَعْض أَيَّامه التي لَقِي فيها العدو انتظر، حتى إذا مَالَتِ الشمس قام فِيهم، فقال: «أَيُّها الناس، لا تَتَمَنَّوْا لِقَاء الْعَدُوِّ، وَاسْأَلوا الله الْعافية فَإِذا لَقِيتموهم فَاصْبِرُوا، وَاعلموا أَنَّ الْجَنَّة تحت ظِلال السُّيوف ثُمَّ قَال النَّبِي صلى الله عليه وسلم: اللهمَّ مُنزِلَ الْكتاب، وَمُجْرِيَ السَّحاب، وَهازم الأَحْزاب: اهْزِمهم، وَانصُرنا علَيهم».
متفق عليه
عن عَائِشَةُ رضي الله عنها «أَنَّ قُرَيْشا أَهَمَّهُم شَأن المَخْزُومِيَّة التي سَرَقَتْ، فَقَالُوا: مَنْ يُكَلِّمُ فيها رسول الله صلى الله عليه وسلم ؟، فقالوا: وَمَنْ يَجْتَرِئُ عليه إلا أسامة بن زيد حِبُّ رسول الله صلى الله عليه وسلم فَكَلَّمَهُ أسامة، فَقَالَ: أَتَشْفَعُ فِي حَدٍّ مِنْ حُدُودِ الله؟ ثُمَّ قَامَ فَاخْتَطَبَ، فقال: إنَّمَا أَهْلَكَ الذين مِنْ قَبْلِكُمْ أنهم كانوا إذا سرق فيهم الشريف تركوه، وإذا سرق فيهم الضعيف أَقَامُوا عليه الحد، وَأَيْمُ الله: لَوْ أَنَّ فاطمة بنت محمد سَرَقَتْ لَقَطَعْتُ يَدَهَا». وَفِي لَفْظٍ «كانت امرأة تَسْتَعِيرُ المَتَاعَ وَتَجْحَدُهُ، فَأَمَرَ النبي صلى الله عليه وسلم بِقَطْعِ يَدِهَا».
متفق عليه
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า: จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แท้จริงแล้วท่านห้ามการนะซัร คือ โดยท่านกล่าวว่า “มันไม่ได้นำมาซึ่งความดี แต่มันจะถูกดึงออกมาใช้จากคนตระหนี่”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บินมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “สิ่งแรกที่จะถูกตัดสินในหมู่ผู้คนในวันกิยามะฮ์คือเรื่องที่เกี่ยวกับการนองเลือด”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "มือจะถูกตัด หนึ่งในสี่ของดีนาร์หรือมากกว่า"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากซะฮัล บิน สะอัด อัซซาอิดีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "การเป็นยามหนึ่งวันในหนทางแห่งอัลลอฮ์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น และสถานที่แห่งแส้ของเจ้าในสวรรค์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น และการเดินทางในยามเช้ายังเย็นของบ่าวในหนทางแห่งอัลลอฮ์ หรือ ในเวลาเย็นยังเช้านั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า: “ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยถูกถามถึงคนที่ต่อสู้เพื่อแสดงความกล้าหาญ ต่อสู้เพราะความแค้น และเพื่อแสดงความโอ้อวด แล้วคนไหนที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์?” ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ผู้ที่ต่อสู้เพื่อให้พระวจนะของอัลลอฮ์เป็นที่สูงส่ง เขาคือผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุรเราะห์มาน บิน อบีลัยลา เล่าว่า พวกเขาได้อยู่กับฮุซัยฟะฮ์ แล้วท่านก็ขอน้ำดื่มและชายมะยูซีย์(ผู้นับถือศาสนาบูชาไฟ)ก็ยกน้ำให้ท่าน เมื่อเขาวางถ้วยไว้ในมือ เขาก็โยนมันทิ้ง แล้วกล่าวว่า: หากไม่ใช่เพราะฉันได้ห้ามเขาแล้วครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง - ราวกับว่าเขากำลังจะบอกว่า: ฉันจะไม่ทำแบบนี้ - แต่ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พวกเจ้าอย่าสวมผ้าไหมและผ้ายก (เสื้อผ้าที่มาจากผ้าไหมที่ดีที่สุด) อย่าดื่มจากภาชนะที่เป็นทองและเงิน อย่ากินอาหารจากภาชนะที่เป็นทองและเงิน แท้จริงสิ่งเหล่านี้มีไว้สำหรับพวกเขา(ผู้ปฏิเสธศรัทธา)ในโลกนี้และสำหรับพวกเราในโลกหน้า”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดใส่ผ้าไหมในโลกนี้ เขาจะไม่ได้ใส่มันอีกในโลกหน้า”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم : «ما من مَكْلُومٍ يُكْلَمُ في سبيل الله، إلا جاء يومَ القيامة، وكَلْمُهُ يَدْمَى: اللَّونُ لَوْنُ الدَّمِ، والرِّيحُ رِيحُ المِسْكِ».
متفق عليه
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่เลี้ยงสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขล่าสัตว์ ไม่ใช่สุนัขที่ใช้เฝ้าปศุสัตว์ เเละไม่ใช่สุนัขเฝ้าที่ดิน(ไร่นา) เเท้จริงจะพร่องลงไปสองกีร็อฏจากผลบุญของเขาในทุกๆวัน" ซาลิม กล่าวว่า: อบูฮุร็อยเราะห์เคยกล่าวว่า “หรือสุนัขทำสวน” และเขาเป็นเจ้าของสวน
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن ثابِت بْن الضَّحَاكِ رضي الله عنه أنه بايع رسول الله صلى الله عليه وسلم تحت الشجرة، وأن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «من حلف على يمين بملة غير الإسلام، كاذبا مُتَعَمِّدًا فهو كما قال، ومن قتل نفسه بشيء عُذِّبَ به يوم القيامة، وليس على رجل نَذْرٌ فيما لا يملك» وَفِي رِوَايَة: «ولَعْنُ المؤمنِ كَقَتْلِهِ». وفي رواية: «من ادَّعَى دَعْوَى كَاذِبَةً لِيَتَكَثَّرَ بها لم يَزِدْهُ اللهُ -عزَّ وجل- إلا قِلَّةً».
متفق عليه
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่ชักอาวุธออกมาเพื่อคุกคามเรา ดังนั้น เขาไม่ใช่พวกเรา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عَبْد اللهِ بن أبي أوفى رضي الله عنهما قال: «غَزَوْنَا مَعَ رَسُولِ الله صلى الله عليه وسلم سَبْعَ غَزَوَاتٍ، نَأْكُلُ الْجَرَادَ».
متفق عليه
عن أبي واقد الحارث بن عوف رضي الله عنه أنَّ رسول الله صلى الله عليه وسلم بينما هو جالس في المسجد، والناس معه، إذ أقبل ثلاثَةُ نَفَرٍ، فأقبل اثنان إلى رسول الله، صلى الله عليه وسلم وذهب واحد، فوقفا على رسول الله صلى الله عليه وسلم ، فأما أحدهما فرأى فُرْجَةً في الْحَلْقَةِ فجلس فيها، وأما الآخر فجلس خلفهم، وأما الثالث فأدْبَر ذاهبٍا، فلما فرغ رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «ألا أُخْبِرُكُم عن النَّفَرِ الثلاثة: أما أحدهم فأَوَى إلى الله فآوَاهُ الله إليه، وأما الآخر فاسْتَحْيا فاسْتَحْيَا الله منه، وأما الآخر، فأعْرَضَ، فأعرضَ اللهُ عنه».
متفق عليه
عن عبد الله بن مسعود رضي الله عنه قال: كان نبي الله صلى الله عليه وسلم إذا أمسى قال: «أمسينا وأمسى الملك لله، والحمد لله، لا إله إلا الله وحده لا شريك له» قال الراوي: أَرَاهُ قال فِيهِنَّ: «له الملك وله الحمد وهو على كل شيء قدير، ربِّ أسألك خير ما في هذه الليلة وخير ما بعدها، وأعوذ بك من شر ما في هذه الليلة وشر ما بعدها، رب أعوذ بك من الكسل، وسُوءِ الكِبَرِ، رب أعوذ بك من عذاب في النار، وعذاب في القبر»، وإذا أصبح قال ذلك أيضا «أصبحنا وأصبح الملك لله».
رواه مسلم
Page 1 of 28
Next page