Hadith for the World
Topic

คุณธรรมและมารยาท

288 hadiths

288 hadiths

จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "เมื่ออัลลอฮ์ทรงรวบรวมผู้คนในยุคแรกและยุคหลังไว้ในวันกิยามะฮ์ จะถูกยกธงขึ้นสำหรับผู้ทรยศทุกคน และจะมีการกล่าวว่า: นี่คือการทรยศของคนนั้น ลูกของคนนั้น"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูบักเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เอาไหมฉันจะบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่เป็นบาปใหญ่ที่สุดในบรรดาบาปใหญ่ทั้งหลาย?" ท่านพูดซ้ำสามครั้ง พวกเขากล่าวว่า: แน่นอน โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แล้วท่านก็กล่าวว่า: "คือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การเนรคุณต่อพ่อแม่" แล้วท่านก็ลุกขึ้นนั่งจากที่ท่านเอนกาย แล้วกล่าวว่า "พึงรู้เถิด และการกล่าวเท็จ ท่านได้กล่าวคำกล่าวนี้ซ้ำหลายครั้ง จนเราหวังอยากให้ท่านเงียบบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากซะฮัล บิน สะอัด อัซซาอิดีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "การเป็นยามหนึ่งวันในหนทางแห่งอัลลอฮ์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น และสถานที่แห่งแส้ของเจ้าในสวรรค์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น และการเดินทางในยามเช้ายังเย็นของบ่าวในหนทางแห่งอัลลอฮ์ หรือ ในเวลาเย็นยังเช้านั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุรเราะห์มาน บิน อบีลัยลา เล่าว่า พวกเขาได้อยู่กับฮุซัยฟะฮ์ แล้วท่านก็ขอน้ำดื่มและชายมะยูซีย์(ผู้นับถือศาสนาบูชาไฟ)ก็ยกน้ำให้ท่าน เมื่อเขาวางถ้วยไว้ในมือ เขาก็โยนมันทิ้ง แล้วกล่าวว่า: หากไม่ใช่เพราะฉันได้ห้ามเขาแล้วครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง - ราวกับว่าเขากำลังจะบอกว่า: ฉันจะไม่ทำแบบนี้ - แต่ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พวกเจ้าอย่าสวมผ้าไหมและผ้ายก (เสื้อผ้าที่มาจากผ้าไหมที่ดีที่สุด) อย่าดื่มจากภาชนะที่เป็นทองและเงิน อย่ากินอาหารจากภาชนะที่เป็นทองและเงิน แท้จริงสิ่งเหล่านี้มีไว้สำหรับพวกเขา(ผู้ปฏิเสธศรัทธา)ในโลกนี้และสำหรับพวกเราในโลกหน้า”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดใส่ผ้าไหมในโลกนี้ เขาจะไม่ได้ใส่มันอีกในโลกหน้า”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي واقد الحارث بن عوف رضي الله عنه أنَّ رسول الله صلى الله عليه وسلم بينما هو جالس في المسجد، والناس معه، إذ أقبل ثلاثَةُ نَفَرٍ، فأقبل اثنان إلى رسول الله، صلى الله عليه وسلم وذهب واحد، فوقفا على رسول الله صلى الله عليه وسلم ، فأما أحدهما فرأى فُرْجَةً في الْحَلْقَةِ فجلس فيها، وأما الآخر فجلس خلفهم، وأما الثالث فأدْبَر ذاهبٍا، فلما فرغ رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «ألا أُخْبِرُكُم عن النَّفَرِ الثلاثة: أما أحدهم فأَوَى إلى الله فآوَاهُ الله إليه، وأما الآخر فاسْتَحْيا فاسْتَحْيَا الله منه، وأما الآخر، فأعْرَضَ، فأعرضَ اللهُ عنه».متفق عليه
عن عبد الله بن مسعود رضي الله عنه قال: كان نبي الله صلى الله عليه وسلم إذا أمسى قال: «أمسينا وأمسى الملك لله، والحمد لله، لا إله إلا الله وحده لا شريك له» قال الراوي: أَرَاهُ قال فِيهِنَّ: «له الملك وله الحمد وهو على كل شيء قدير، ربِّ أسألك خير ما في هذه الليلة وخير ما بعدها، وأعوذ بك من شر ما في هذه الليلة وشر ما بعدها، رب أعوذ بك من الكسل، وسُوءِ الكِبَرِ، رب أعوذ بك من عذاب في النار، وعذاب في القبر»، وإذا أصبح قال ذلك أيضا «أصبحنا وأصبح الملك لله».رواه مسلم
จากอัลมุฆีเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ครั้งหนึ่งฉันอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในการเดินทาง แล้วฉันก็โน้มตัวลงเพื่อถอดรองเท้าคุฟของท่านออก และท่านกล่าวว่า: “ปล่อยมันไว้(ไม่ต้องถอด) เพราะฉันได้ใส่มันทั้งสองในสภาพที่ทั้งสองนั้นสะอาด”จากนั้นท่านก็เช็ดบนรองเท้านั้นทั้งสองข้าง.บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอัลมิกดาม บิน มะอ์ดีย์กะริบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "เมื่อคนๆ หนึ่งรักพี่น้องของเขา ก็จงบอกให้เขารู้ว่ารักเขา"บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ และอะห์มัด
عن أنس بن مالك رضي الله عنه أنَّ رَجُلاً كَانَ عِند النَبِيَّ صلى الله عليه وسلم فَمَرَّ رَجُلٌ بِهِ، فقال: يا رسول الله، أنِّي لَأُحِبُّ هَذَا، فَقَال لَهُ النَبِيُّ صلى الله عليه وسلم : «أَأَعْلَمْتَهُ؟» قال: لا. قال: «أَعْلِمْهُ»، فَلَحِقَهُ، فقال: إِنِّي أُحِبُّك فِي الله، فقال: أّحَبَّك الَّذِي أَحْبَبْتَنِي لَهُ.رواه أبو داود والنسائي في الكبرى وأحمد
عن أبي موسى الأشعري رضي الله عنه قَالَ: قالَ رسول اللَّه -صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم-: «إِنَّ مِنْ إِجْلاَلِ الله -تَعَالَى-: إِكْرَامَ ذِي الشَّيْبَةِ المُسْلِمِ، وَحَامِلِ القُرْآنِ غَيرِ الغَالِي فِيه، وَالجَافِي عَنْه، وَإِكْرَام ذِي السُّلْطَان المُقْسِط».رواه أبو داود
จากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ท่านได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “หากคน ๆ หนึ่งต้องการเข้าบ้านของเขา แล้วได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ขณะที่เขาจะเข้าไปและกล่าวเมื่อต้องการจะกินอาหาร ชัยฏอนจะกล่าวว่า “ไม่มีที่นอนและไม่มีอาหารค่ำสำหรับพวกเจ้าแล้ว และหากเขาเข้าไป และไม่กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ขณะที่เขาจะเข้าไป ชัยฏอนจะกล่าวว่า : พวกเจ้ามีที่นอนแล้ว และเมื่อเขารับประทานอาหารแล้วไม่กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ ชัยฏอนก็จะกล่าวว่า: พวกเจ้ามีที่นอนและมีอาหารค่ำกินแล้ว”บันทึกโดย มุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ อิบนุ อัมร์ อิบนุ อัลอาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า: แท้จริงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "บาปใหญ่ คือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การเนรคุณต่อบิดามารดา การฆ่าชีวิตที่บริสุทธิ์และการสาบานเท็จ"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบีซะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริง โลกนี้ช่างหอมหวานและเขียวขจี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งพวกเจ้าให้เป็นคอลีฟะฮ์เพื่อจัดการสิ่งที่อยู่ในนั้น แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกเจ้ากระทำเช่นไร ดังนั้น จงระวังโลกนี้และระวังผู้หญิง เพราะแท้จริง ฟิตนะฮ์แรกที่เกิดขึ้นกับวงศ์วานอิสรออีลก็เนื่องมาจากผู้หญิง”บันทึกโดย มุสลิม
عن عمران بن حصين رضي الله عنهما قَالَ: قَالَ رسولُ اللَّه -صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم-: «الحَيَاءُ لاَ يَأْتِي إِلاَّ بِخَيرٍ». وفي رواية : «الحَيَاءُ خَيرٌ كُلُّهٌ» أو قال: «الحَيَاءُ كُلُّهُ خَيرٌ».الرواية الأولى: متفق عليها. الرواية الثانية والثالثة: رواها مسلم
จากอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "โอ้ อัลลอฮ์ แด่พระองค์ฉันยอมจำนน แด่พระองค์ฉันศรัทธา แด่พระองค์ฉันได้มอบหมายการงาน ยังพระองค์ฉันได้กลับไปหา(เพื่อจัดการทุกเรื่องในชีวิต) และด้วย(หลักฐานของ)พระองค์ฉันได้โต้เถียงเพื่อพระองค์ โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองด้วยเดชานุภาพของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น ขอจากพระองค์อย่าทำให้ฉันหลงทาง(หลงผิด) พระองค์ทรงมีชีวิตยั่งยืนไม่มีวันตาย ในขณะที่มวลญินและมนุษย์ทั้งหลายนั้นย่อมประสบกับความตายทั้งสิ้น"บันทึกโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม และนี่คือสำนวนของมุสลิม ส่วนอัลบุคอรีย์ได้บันทึกไว้โดยย่อ
كَانَ ابنُ عمرَ -رضِيَ الله عنهما- يَقُول لِلرَّجُل إِذَا أَرَادَ سَفَرًا: ادْنُ مِنِّي حَتَّى أُوَّدِعَكَ كَمَا كَان رسولُ الله -صلَّى الله عليه وسلَّم- يُوَدِّعُنَا، فَيقُول: «أَسْتَوْدِعُ الله دِينَكَ، وَأَمَانَتَكَ، وَخَوَاتِيمَ عَمَلِكَ». وعن عبد الله بن يزيد الخطمي رضي الله عنه- قال: كَانَ رسُول الله -صلَّى الله عليه وسلَّم- إِذَا أَرَادَ أَنْ يُوَدِّعَ الجَيشَ، قال: «أَسْتَودِعُ الله دِينَكُم، وَأَمَانَتَكُم، وخَوَاتِيمَ أَعْمَالِكُم».الحديث الأول: رواه أبو داود، والتَرمذي واللفظ له، وابن ماجه والنسائي في الكبرى وأحمد. الحديث الثاني: رواه أبو داود والنسائي الكبرى
عن عبد الله بن عمرو بن العاص رضي الله عنهما مرفوعاً: «ليس منا من لم يَرحمْ صغيرنا، ويَعرفْ شَرَفَ كبيرنا».رواه أبو داود والترمذي وأحمد
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: มีชายคนหนึ่งถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับวันอวสาน และเขากล่าวว่า เมื่อใดคือวันอวสาน? เขากล่าวว่า “แล้วท่านได้เตรียมอะไรไว้บ้าง?” เขากล่าวว่า: ไม่มีอะไรนอกจากว่าฉันรักอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อานัสกล่าวว่า: เราไม่เคยพอใจกับสิ่งใดเลย ดังที่เราพอใจกับคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ท่านกว่าวว่า : “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อนัสกล่าวว่า: ฉันนั้นรักท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อบูบักร์ และอุมัร และฉันหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยความรักที่ฉันมีต่อพวกเขา แม้ว่าฉันจะไม่ได้ประกอบการงานเช่นดังพวกเขาก็ตามบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي موسى الأشعري رضي الله عنه قال: خَسَفَت الشمس على زمان رسول الله صلى الله عليه وسلم . فقام فَزِعًا، ويخشى أن تكون الساعة، حتى أتى المسجد، فقام، فصلى بأطول قيام وسجود، ما رأيته يفعله في صلاته قطُّ، ثم قال: إن هذه الآيات التي يُرْسِلُهَا الله عز وجل : لا تكون لموت أحد ولا لحياته، ولكن الله يُرْسِلُهَا يُخَوِّفُ بها عباده، فإذا رأيتم منها شيئا فَافْزَعُوا إلى ذكر الله و دُعَائِهِ وَاسْتِغْفَارِهِ.متفق عليه
عن أنس بن مالك رضي الله عنه قال: كان أخوانِ على عهد النبي صلى الله عليه وسلم وكان أحدُهما يأتي النبي صلى الله عليه وسلم والآخر يَحتَرِف، فَشَكَا الُمحتَرِف أَخَاه للنبي صلى الله عليه وسلم فقال: «لعَلَّك تُرزَقُ بِهِ».رواه الترمذي
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อุปมาเพื่อนที่ดีกับเพื่อนที่ไม่ดีนั้น อุปมัยดังคนที่มีน้ำหอม กับช่างตีเหล็ก กล่าวคือคนที่มีน้ำหอมนั้น เขาอาจจะมอบน้ำหอมให้แก่ท่าน หรือไม่ ท่านอาจจะซื้อน้ำหอมจากเขา หรืออย่างน้อยท่านก็ได้รับกลิ่นหอมจากเขาบ้าง ส่วนช่างตีเหล็กนั้น เขาอาจทำให้เสื้อผ้าของท่านถูกไฟเผาไหม้ หรือไม่ ก็อาจทำให้ท่านได้รับกลิ่นอันน่ารังเกียจ"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: "ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ที่ดูแลหญิงม่ายและคนขัดสน เสมือนกับผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์หรือเหมือนผู้ที่ยืนละหมาดในตอนกลางคืน และผู้ที่ถือศีลอดในตอนกลางวัน”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عائشة رضي الله عنها قالت: «ما غِرْتُ على أحد من نساء النبي صلى الله عليه وسلم ما غِرْتُ على خديجة رضي الله عنها ، وما رأيتها قط، ولكن كان يُكثر ذِكْرَها، وربما ذبح الشَّاةَ، ثم يُقطعها أَعْضَاءً، ثم يَبْعَثُهَا في صَدَائِقِ خديجة، فربما قلت له: كأن لم يكن في الدنيا إلا خديجة! فيقول: «إنها كانت وكانت وكان لي منها وَلَدٌ». وفي رواية: وإن كان لَيَذْبَحُ الشَّاءَ، فيُهدي في خَلَائِلِهَا منها ما يَسَعُهُنَّ. وفي رواية: كان إذا ذَبَحَ الشَّاةَ، يقول: «أرسلوا بها إلى أصدقاء خديجة». وفي رواية: قالت: اسْتَأْذَنَتْ هالة بنت خويلد أخت خديجة على رسول الله صلى الله عليه وسلم فعرف استئذان خديجة، فارْتَاحَ لذلك، فقال: «اللهم هالة بنت خويلد».الرواية الأولى: متفق عليها. الرواية الثانية: متفق عليها. الرواية الثالثة: متفق عليها. الرواية الرابعة: متفق عليها