TH
คุณธรรมและมารยาท
การใช้คำพูดที่สุภาพและการตักเตือน
63 hadiths
การงานของหัวใจ
14
ความสมถะและเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์
2
สภาพของคนดี
4
การตำหนิการฝ่าฝืน
6
การตำหนิการรักดุนยา
8
การตำหนิอารมณ์ใฝ่ต่ำและกิเลสตัณหา
1
เตาบะฮฺ (การกลับเนื้อกลับตัว)
3
การขัดเกลาจิตใจ
9
คุณลักษณะของสวรรค์และนรก
17
63 hadiths
จากอบูบักเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เอาไหมฉันจะบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่เป็นบาปใหญ่ที่สุดในบรรดาบาปใหญ่ทั้งหลาย?" ท่านพูดซ้ำสามครั้ง พวกเขากล่าวว่า: แน่นอน โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แล้วท่านก็กล่าวว่า: "คือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การเนรคุณต่อพ่อแม่" แล้วท่านก็ลุกขึ้นนั่งจากที่ท่านเอนกาย แล้วกล่าวว่า "พึงรู้เถิด และการกล่าวเท็จ ท่านได้กล่าวคำกล่าวนี้ซ้ำหลายครั้ง จนเราหวังอยากให้ท่านเงียบ
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أنس بن مالك رضي الله عنه أنَّ رَجُلاً كَانَ عِند النَبِيَّ صلى الله عليه وسلم فَمَرَّ رَجُلٌ بِهِ، فقال: يا رسول الله، أنِّي لَأُحِبُّ هَذَا، فَقَال لَهُ النَبِيُّ صلى الله عليه وسلم : «أَأَعْلَمْتَهُ؟» قال: لا. قال: «أَعْلِمْهُ»، فَلَحِقَهُ، فقال: إِنِّي أُحِبُّك فِي الله، فقال: أّحَبَّك الَّذِي أَحْبَبْتَنِي لَهُ.
رواه أبو داود والنسائي في الكبرى وأحمد
عن أبي موسى الأشعري رضي الله عنه قَالَ: قالَ رسول اللَّه -صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم-: «إِنَّ مِنْ إِجْلاَلِ الله -تَعَالَى-: إِكْرَامَ ذِي الشَّيْبَةِ المُسْلِمِ، وَحَامِلِ القُرْآنِ غَيرِ الغَالِي فِيه، وَالجَافِي عَنْه، وَإِكْرَام ذِي السُّلْطَان المُقْسِط».
رواه أبو داود
จากอับดุลลอฮ์ อิบนุ อัมร์ อิบนุ อัลอาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า: แท้จริงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "บาปใหญ่ คือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การเนรคุณต่อบิดามารดา การฆ่าชีวิตที่บริสุทธิ์และการสาบานเท็จ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบีซะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริง โลกนี้ช่างหอมหวานและเขียวขจี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งพวกเจ้าให้เป็นคอลีฟะฮ์เพื่อจัดการสิ่งที่อยู่ในนั้น แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกเจ้ากระทำเช่นไร ดังนั้น จงระวังโลกนี้และระวังผู้หญิง เพราะแท้จริง ฟิตนะฮ์แรกที่เกิดขึ้นกับวงศ์วานอิสรออีลก็เนื่องมาจากผู้หญิง”
บันทึกโดย มุสลิม
عن عبد الله بن عمرو بن العاص رضي الله عنهما مرفوعاً: «ليس منا من لم يَرحمْ صغيرنا، ويَعرفْ شَرَفَ كبيرنا».
رواه أبو داود والترمذي وأحمد
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: มีชายคนหนึ่งถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับวันอวสาน และเขากล่าวว่า เมื่อใดคือวันอวสาน? เขากล่าวว่า “แล้วท่านได้เตรียมอะไรไว้บ้าง?” เขากล่าวว่า: ไม่มีอะไรนอกจากว่าฉันรักอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อานัสกล่าวว่า: เราไม่เคยพอใจกับสิ่งใดเลย ดังที่เราพอใจกับคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ท่านกว่าวว่า : “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อนัสกล่าวว่า: ฉันนั้นรักท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อบูบักร์ และอุมัร และฉันหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยความรักที่ฉันมีต่อพวกเขา แม้ว่าฉันจะไม่ได้ประกอบการงานเช่นดังพวกเขาก็ตาม
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อุปมาเพื่อนที่ดีกับเพื่อนที่ไม่ดีนั้น อุปมัยดังคนที่มีน้ำหอม กับช่างตีเหล็ก กล่าวคือคนที่มีน้ำหอมนั้น เขาอาจจะมอบน้ำหอมให้แก่ท่าน หรือไม่ ท่านอาจจะซื้อน้ำหอมจากเขา หรืออย่างน้อยท่านก็ได้รับกลิ่นหอมจากเขาบ้าง ส่วนช่างตีเหล็กนั้น เขาอาจทำให้เสื้อผ้าของท่านถูกไฟเผาไหม้ หรือไม่ ก็อาจทำให้ท่านได้รับกลิ่นอันน่ารังเกียจ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮูรัยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “การทดสอบจะดำเนินต่อไปสำหรับผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงในชีวิตของเขา ลูกๆ ของเขา และทรัพย์สินของเขา จนกว่าเขาจะพบกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีบาปใดๆ เกิดขึ้นกับเขา”
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด
จากศุฮัยบ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ช่างเป็นสิ่งที่แปลกยิ่งสำหรับสถานการณ์ของผู้ศรัทธา ทุกสถานการณ์ของเขาล้วนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครนอกจากกับผู้ศรัทธาเท่านั้น หากเขาได้รับความดีเขาก็สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ และนั่นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากเขาประสบความยากลำบากเขาก็อดทน และการอดทนนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาเช่นกัน”
บันทึกโดย มุสลิม
จากท่านอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "พวกเจ้าจงออกห่างจากเจ็ดสิ่งอันตรายที่จะนำมาซึ่งความพินาศ" บรรดาเศาะฮาบะฮ์ถามว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ สิ่งเหล่านั้นคืออะไร? ท่านนบีกล่าวว่า: "การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การทำไสยศาสตร์ การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮ์ทรงห้ามยกเว้นการฆ่าที่เป็นที่อนุมัติ การกินดอกเบี้ย การกินทรัพย์สินเด็กกำพร้า การหนีจากสนามรบ และการใส่ร้ายหญิงบริสุทธิ์ว่าผิดประเวณี".
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ข้าคือผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาผู้ที่ถือหุ้นส่วนทั้งหลาย บริสุทธิ์จากการมีหุ้นส่วน ใครก็ตามที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งในการกระทำนั้นเป็นการตั้งภาคีร่วมกับข้า ข้าจะละทิ้งเขา และสิ่งที่เป็นภาคีนั้น"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอุบาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ใครก็ตามที่ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การสักการะนอกจากอัลลอฮ์องค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และปฏิญาณตนว่ามูฮัมหมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ และอีซาเป็นบ่าวของอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์เป็นถ้อยคำของพระองค์ซึ่งได้ถ่ายทอดไปยังมัรยัมและเป็นวิญญาณจากพระองค์ ปฏิญาณว่าสวรรค์และนรกมีจริง อัลลอฮ์จะทรงให้เขาได้เข้าสวรรค์ไม่ว่าเขาจะมีความดีกี่มากน้อยก็ตาม"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن معاذ بن جبل رضي الله عنه عن رسول الله صلى الله عليه وسلم أنه قال: «قَالَ اللهُ -عَزَّ وجَلَّ-: المُتَحَابُّون فِي جَلاَلِي، لَهُم مَنَابِرُ مِن نُورٍ يَغْبِطُهُم النَبِيُّونَ والشُهَدَاء».
رواه الترمذي وأحمد
จากท่านอิบนุ มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "สวรรค์อยู่ใกล้กับคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้านั้นยิ่งกว่าสายเชือกรองเท้าของเขา และนรกก็อยู่ในสถานะเดียวกัน"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “โลกนี้เป็นคุกของผู้ศรัทธาและเป็นสวรรค์ของผู้ปฏิเสธศรัทธา”
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «إنَّ في الجنَّة مائةَ دَرَجَة أعَدَّهَا الله للمُجاهِدين في سَبِيل الله ما بَيْنَ الدَّرَجَتَيْنِ كما بين السماء والأرض».
رواه البخاري
عن سهل بن سعد الساعدي ـرضي الله عنه- قَالَ رَسُول اللَّه -صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم-: «لو كانت الدنيا تَعدل عند الله جَناح بَعوضة، ما سَقَى كافراً منها شَرْبَة ماء».
رواه الترمذي
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ฉันได้ยิน ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ประชาชาติของฉันทุกคนจะถูกให้อภัย เว้นแต่ผู้ที่กระทำบาปอย่างเปิดเผย และแท้จริง ส่วนหนึ่งของการเปิดเผย(บาป)นั้นก็คือ การที่ชายคนหนึ่งกระทำการงาน(บาป)หนึ่งในเวลากลางคืน หลังจากนั้น เขาตื่นเช้าขึ้นมาในสภาพที่อัลลอฮ์ได้ทรงปกปิดบาปนั้นให้แก่เขา แล้วเขา(ผู้กระทำบาปนั้น)ก็กล่าวว่า โอ้ท่าน ฉันได้กระทำ(บาป)อย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า เขาได้ใช้เวลาทั้งคืนในสภาพที่อัลลอฮ์ทรงปกปิดบาปของเขา และเขาตื่นเช้าขึ้นมาเปิดเผยความลับที่อัลลอฮ์ทรงปกปิดให้แก่เขา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวสามวันก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า "ผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าอย่าได้ตายเป็นอันขาด เว้นแต่เขาจะคิดดีต่ออัลลอฮ์"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “โอ้ อบูสะอีด ผู้ใดที่พอใจกับอัลลอฮ์ในฐานะพระเจ้าของเขา อิสลามเป็นศาสนาของเขา และมูฮัมหมัดในฐานะศาสดาของเขา สวรรค์ย่อมเป็นที่แน่ชัดสำหรับเขา” ดังนั้น อบูสะอีด จึงประหลาดใจกับสิ่งนี้ เขาจึงกล่าวว่า จงกล่าวให้แก่ฉันอีกครั้งเถิด โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ เขาก็ทำเช่นนั้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า: “และอีกเรื่องหนึ่งซึ่งบ่าวคนหนึ่งจะถูกยกระดับของเขานับร้อยระดับในสวรรค์โดยความห่างระหว่างทุกสองระดับนั้น ราวฟ้ากับดิน" เขาจึงถามว่า: อะไรหรือโอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เอ่ย? ท่านนบีตอบว่า: “การญิฮาดเพื่อพระเจ้า การญิฮาดเพื่อพระเจ้า”
บันทึกโดย มุสลิม
عن أنس رضي الله عنه مرفوعاً: «يَتْبَعُ الميتَ ثلاثةٌ: أهْلُه ومَالُه وعَمَلُه، فيرجع اثنان ويَبْقى واحد: يرجع أهْلُه ومَالُه، ويبقى عَمَلُه».
متفق عليه
عن أنس بن مالك رضي الله عنه مرفوعاً: «يُؤتى بأنعم أهل الدنيا من أهل النار يوم القيامة، فَيُصْبَغُ في النار صَبْغَةً، ثم يقال: يا ابن آدم، هل رأيت خيرًا قطُّ؟ هل مَرَّ بك نَعِيمٌ قطُّ؟ فيقول: لا والله يا رب، وَيُؤْتَى بأشدِّ الناس بُؤسًا في الدنيا من أهل الجَنَّة، فَيُصْبَغُ صَبْغَةً في الجنَّة، فيقال له: يا ابن آدم، هل رأيت بُؤسًا قط؟ هل مَرَّ بك شِدَّةٌ قط؟ فيقول: لا والله، ما مَرَّ بي بُؤْسٌ قطٌّ، ولا رأيت شِدةً قَطُّ».
رواه مسلم
อัน-เนาวัส บิน สิมอาน อัล-อันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับความความดีและบาป และท่านกล่าวว่า: “ความดีคือมีมารยาทที่ดี ส่วนบาปคือสิ่งที่ทำให้ใจของเจ้ากระวนกระวาย และเจ้าไม่ต้องการให้ผู้คนรับรู้ถึงสิ่งนั้น"
บันทึกโดย มุสลิม
Page 1 of 3
Next page