Hadith for the World
การใช้คำพูดที่สุภาพและการตักเตือน

การงานของหัวใจ

14 hadiths

14 hadiths

จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: มีชายคนหนึ่งถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับวันอวสาน และเขากล่าวว่า เมื่อใดคือวันอวสาน? เขากล่าวว่า “แล้วท่านได้เตรียมอะไรไว้บ้าง?” เขากล่าวว่า: ไม่มีอะไรนอกจากว่าฉันรักอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อานัสกล่าวว่า: เราไม่เคยพอใจกับสิ่งใดเลย ดังที่เราพอใจกับคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ท่านกว่าวว่า : “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อนัสกล่าวว่า: ฉันนั้นรักท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อบูบักร์ และอุมัร และฉันหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยความรักที่ฉันมีต่อพวกเขา แม้ว่าฉันจะไม่ได้ประกอบการงานเช่นดังพวกเขาก็ตามบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ข้าคือผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาผู้ที่ถือหุ้นส่วนทั้งหลาย บริสุทธิ์จากการมีหุ้นส่วน ใครก็ตามที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งในการกระทำนั้นเป็นการตั้งภาคีร่วมกับข้า ข้าจะละทิ้งเขา และสิ่งที่เป็นภาคีนั้น"บันทึกโดย มุสลิม
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวสามวันก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า "ผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าอย่าได้ตายเป็นอันขาด เว้นแต่เขาจะคิดดีต่ออัลลอฮ์"บันทึกโดย มุสลิม
อัน-เนาวัส บิน สิมอาน อัล-อันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับความความดีและบาป และท่านกล่าวว่า: “ความดีคือมีมารยาทที่ดี ส่วนบาปคือสิ่งที่ทำให้ใจของเจ้ากระวนกระวาย และเจ้าไม่ต้องการให้ผู้คนรับรู้ถึงสิ่งนั้น"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงมองที่รูปร่างหน้าตาหรือความมั่งคั่งของพวกเจ้า แต่พระองค์จะทรงมองที่จิตใจและการกระทำของพวกเจ้า"บันทึกโดย มุสลิม
จากอุมัร อิบนุลค็อฏฏ็อบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: :“แท้จริงการกระทำทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา และแท้จริงบุคคลย่อมได้รับการตอบแทนตามที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้ ดังนั้นผู้ใดที่การอพยพของเขาเป็นไปด้วยเจตนาเพื่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ การอพยพของเขาก็จะเป็นไปเพื่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ และผู้ใดที่การอพยพของเขาเป็นไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางโลกนี้ เพื่อจะได้รับมัน หรือเพื่อผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วย ดังนั้นการอพยพของเขาก็จะเป็นไปตามเจตนาที่เขาอพยพไปนั่นเอง” และในสำนวนของอิหม่ามอัลบุคอรีย์มีระบุว่า "แท้จริงการกระทำทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา และแท้จริงสำหรับทุกคนนั้นย่อมได้รับการตอบแทนตามที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้ »บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งย่อมดีและเป็นที่รัก ณ อัลลอฮ์มากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็มีความดีงามอยู่ จงมุ่งมั่นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้าเอง และจงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์และอย่าได้รู้สึกอ่อนแอ และเมื่อเจ้าประสบกับปัญหาใด ก็อย่าได้กล่าวว่า หากฉันกระทำเช่นนั้น มันก็จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จงกล่าวว่า (นี่มันเป็น)พระกำหนดของอัลลอฮ์และสิ่งใดที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงทำ เพราะคำว่า ‘ถ้า’ นั้นจะเป็นการเปิดช่องทางให้ชัยฏอนทำงาน"บันทึกโดย มุสลิม
จากอิยาด บิน ฮิมาร์ น้องชายของบะนู มูญาชิอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: วันหนึ่ง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ลุกขึ้นยืนมาท่ามกลางพวกเราเพื่อกล่าวเทศนา และกล่าวว่า: และส่วนหนึ่งจากการกล่าวเทศนาในนั้น คือ: “แท้จริงอัลลอฮ์ได้วิวรณ์ แก่ข้าว่า พวกท่านจงถ่อมตนเถิด จนกว่าไม่มีผู้ใดจะโอ้อวดเหนือผู้ใด และไม่มีผู้ใดจะอธรรม (ละเมิด) ต่อผู้ใด”บันทึกโดย มุสลิม
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่เป็นบุคคลที่มีการศรัทธาที่สมบูรณ์ จนกว่าฉันจะเป็นที่รักยิ่งสำหรับเขา มากกว่าบิดาของเขา ลูกของเขา และมนุษย์ทั้งหมด"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه عن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «النَّاسُ مَعَادِن كَمَعَادِن الذَّهَب وَالفِضَّة، خِيَارُهُم فِي الجَاهِلِيَّة خِيَارُهُم فِي الإِسْلاَم إِذَا فَقُهُوا، والأَرْوَاحُ جُنُودٌ مُجَنَّدَة، فَمَا تَعَارَفَ مِنْهَا ائتَلَفَ، وَمَا تَنَاكَرَ مِنْهَا اخْتَلَفَ». وعن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله -صلى الله عليه وسلم: «تَجِدُون النَّاسَ مَعَادِن: خِيَارُهُم فِي الجَاهِليَّة خِيَارُهُم فِي الإِسْلاَم إِذَا فَقِهُوا، وَتَجِدُون خِيَار النَّاس فِي هَذَا الشَّأْن أَشَدُّهُم كَرَاهِيَة لَه، وَتَجِدُون شَرَّ النَّاس ذَا الوَجْهَين، الَّذِي يَأْتِي هَؤُلاَء بِوَجه، وَهَؤُلاَء بِوَجْه».الحديث الأول: متفق عليه، ولفظه لمسلم؛ وروى البخاري أوله، وروى آخره عن عائشة -رضي الله عنها-. الحديث الثاني: متفق عليه
รายงานจากท่านอับดุลเลาะฮฺ บิน อะกีม เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ พาดพิงถึงท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า "ผู้ใดที่แขวนสิ่งๆหนึ่ง (โดยหวังว่าสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์หรือสามารถป้องกันตัวเองได้) ดังนั้นอัลลอฮฺจะทรงทำให้คนๆ นั้นต้องพึ่งพาสิ่งนั้นตลอด"รายงานโดย อัตติรมีซีย์ - รายงานโดย อะห์มัด
عن ابن عباس حسبنا الله ونعم الوكيل: «قالها إبراهيم عليه السلام حين أُلقي في النار، وقالها محمد صلى الله عليه وسلم حين قالوا: {إن الناس قد جمعوا لكم فاخشوهم فزادهم إيمانا، وقالوا: حسبنا الله ونعم الوكيل} [آل عمران: 173]».رواه البخاري
عن جابر قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم: «إذا قضى أحدكم الصلاة في مسجده فليجعل لبيته نصيبًا من صلاته، فإن الله جاعلٌ في بيته من صلاته خيرًا».رواه مسلم
จากอุมมุ ซะละมะห์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา โดยเธอกล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบกับภัยพิบัติใดภัยพิบัติหนึ่ง แล้วเขาจะกล่าวสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสั่งใช้ : ความว่า: (แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และเราจะกลับคืนสู่พระองค์) (อัลบะเกาะเราะฮ์: 156) โอ้อัลลอฮ์ ได้โปรดให้การตอบแทนแก่ฉันในภัยพิบัติที่ได้ประสบกับฉัน และโปรดทดแทนสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ฉัน เว้นเเต่อัลลอฮ์จะทรงประทานให้แก่เขาซึ่งสิ่งที่ดีกว่าภัยพิบัติที่ประสบกับเขา ท่านหญิงอุมมุ ซาละมะห์ เล่าต่อว่า: ในตอนที่อบูซาละมะห์เสียชีวิต ฉันกล่าวว่า: จะมีมุสลิมคนใดที่จะดีไปกว่าอบูซาละมะห์ (สามีของนาง) เป็นครอบครัวแรกที่อพยพไปยังท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (อพยพไปมะดีนะฮ์) จากนั้นฉันก็ได้กล่าวดุอาอ์ข้างต้น อัลลอฮ์ก็ได้ทดแทนด้วยท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้แก่ฉันบันทึกโดย มุสลิม