TH
Topic
อะกีดะฮ์ (หลักความเชื่อ)
135 hadiths
การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ อัซซะวะวัล
44
การศรัทธาต่อมะลาอีกะฮฺ
9
การศรัทธาต่อบรรดาเราะสูล
12
การศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺ
26
ยอมรับต่อการกำหนดสภาวะการณ์
8
อัล-อัสมาอฺวัลอะฮ์กาม (ชื่อและข้อตัดสินชี้ขาดเกี่ยวกับชื่อนั้น ๆ)
22
เศาะฮาบะฮ์
7
อาลุ้ลบัยต์
7
การรักและเป็นมิตรต่อบรรดาผู้ศรัทธา และการรังเกียจและเป็นศัตรูต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
4
135 hadiths
จากอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ทรงห้ามไม่ให้พวกเจ้าทำการสาบานต่อบรรพบุรุษของพวกเจ้า” อุมัรกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันไม่ได้สาบานต่อบรรพบุรุษอีกเลยตั้งแต่ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามการกระทำเช่นนั้น ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา (เช่นในกรณีที่บอกคำสาบานของผู้อื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์).
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บินมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “สิ่งแรกที่จะถูกตัดสินในหมู่ผู้คนในวันกิยามะฮ์คือเรื่องที่เกี่ยวกับการนองเลือด”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่ชักอาวุธออกมาเพื่อคุกคามเรา ดังนั้น เขาไม่ใช่พวกเรา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي واقد الحارث بن عوف رضي الله عنه أنَّ رسول الله صلى الله عليه وسلم بينما هو جالس في المسجد، والناس معه، إذ أقبل ثلاثَةُ نَفَرٍ، فأقبل اثنان إلى رسول الله، صلى الله عليه وسلم وذهب واحد، فوقفا على رسول الله صلى الله عليه وسلم ، فأما أحدهما فرأى فُرْجَةً في الْحَلْقَةِ فجلس فيها، وأما الآخر فجلس خلفهم، وأما الثالث فأدْبَر ذاهبٍا، فلما فرغ رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «ألا أُخْبِرُكُم عن النَّفَرِ الثلاثة: أما أحدهم فأَوَى إلى الله فآوَاهُ الله إليه، وأما الآخر فاسْتَحْيا فاسْتَحْيَا الله منه، وأما الآخر، فأعْرَضَ، فأعرضَ اللهُ عنه».
متفق عليه
จากอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: เขามาที่หินดำและจูบมัน แล้วพูดว่า ฉันรู้ว่าเจ้าเป็นหินที่ไม่เป็นอันตรายหรือเป็นประโยชน์แต่อย่างใด และหากฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้จูบเจ้า ฉันก็จะไม่จูบเจ้า
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أنس بن مالك رضي الله عنه أنَّ رَجُلاً كَانَ عِند النَبِيَّ صلى الله عليه وسلم فَمَرَّ رَجُلٌ بِهِ، فقال: يا رسول الله، أنِّي لَأُحِبُّ هَذَا، فَقَال لَهُ النَبِيُّ صلى الله عليه وسلم : «أَأَعْلَمْتَهُ؟» قال: لا. قال: «أَعْلِمْهُ»، فَلَحِقَهُ، فقال: إِنِّي أُحِبُّك فِي الله، فقال: أّحَبَّك الَّذِي أَحْبَبْتَنِي لَهُ.
رواه أبو داود والنسائي في الكبرى وأحمد
عن يزيد بن حيان قال: انطلقت أنا وحُصين بن سَبْرَة وعمرو بن مسلم إلى زيد بن أرقم رضي الله عنه فلما جلسنا إليه قال له حصين: لقد لقيتَ يا زيد خيرًا كثيرًا، رأيتَ رسول الله صلى الله عليه وسلم وسمعتَ حديثه، وغزوتَ معه، وصليتَ خلفه: لقد لقيت يا زيد خيرًا كثيرًا، حدثنا يا زيد ما سمعت من رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: يا ابن أخي، والله لقد كَبِرَتْ سني، وقَدُمَ عهدي، ونسيتُ بعض الذي كنت أَعِي من رسول الله صلى الله عليه وسلم فما حدثتكم فاقبلوا، وما لا فلا تُكَلِّفُونِيهِ. ثم قال: قام رسول الله صلى الله عليه وسلم يومًا فينا خطيبًا بماء يُدعى خُمًّا بين مكة والمدينة، فحمد الله، وأثنى عليه، ووعظ وذكَّر، ثم قال: «أما بعد، ألا أيها الناس، فإنما أنا بشر يُوشِكُ أن يأتي رسول ربي فأُجِيبَ، وأنا تاركٌ فيكم ثَقَلَيْنِ: أولهما كتاب الله، فيه الهدى والنور، فخذوا بكتاب الله، واستمسكوا به»، فحَثَّ على كتاب الله، ورغَّبَ فيه، ثم قال: «وأهل بيتي أُذَكِّرُكُمُ اللهَ في أهل بيتي، أُذَكِّرُكُمُ اللهَ في أهل بيتي» فقال له حصين: ومن أهل بيته يا زيد، أليس نساؤه من أهل بيته؟ قال: نساؤه من أهل بيته، ولكن أهل بيته من حُرِمَ الصدقةَ بعده، قال: ومن هم؟ قال: هم آل علي، وآل عقيل، وآل جعفر، وآل عباس. قال: كل هؤلاء حُرِمَ الصدقةَ؟ قال: نعم. وفي رواية: «ألا وإني تاركٌ فيكم ثَقَلَيْنِ: أحدهما كتاب الله وهو حبل الله، من اتبعه كان على الهدى، ومن تركه كان على ضلالة».
رواه مسلم
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: มีชายคนหนึ่งถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับวันอวสาน และเขากล่าวว่า เมื่อใดคือวันอวสาน? เขากล่าวว่า “แล้วท่านได้เตรียมอะไรไว้บ้าง?” เขากล่าวว่า: ไม่มีอะไรนอกจากว่าฉันรักอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อานัสกล่าวว่า: เราไม่เคยพอใจกับสิ่งใดเลย ดังที่เราพอใจกับคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมที่ท่านกว่าวว่า : “เจ้าจะได้อยู่กับคนที่เจ้ารัก” อนัสกล่าวว่า: ฉันนั้นรักท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อบูบักร์ และอุมัร และฉันหวังว่าจะได้อยู่ร่วมกับพวกเขาด้วยความรักที่ฉันมีต่อพวกเขา แม้ว่าฉันจะไม่ได้ประกอบการงานเช่นดังพวกเขาก็ตาม
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن مرداس الأسلمي رضي الله عنه قَالَ: قَالَ النَّبِيُّ -صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ-: «يذهب الصالحون الأول فالأول، ويبقى حُثَالَةٌ كَحُثَالَةِ الشعير أو التمر لا يُبَالِيهُم الله بَالَةً».
رواه البخاري
จากอบูฮุรอยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: “บุคคลนั้นย่อมอยู่บนศาสนาของเพื่อนสนิทของเขา ดังนั้น แต่ละคนจงพิจารณาดูว่าใครคือผู้ที่เขาคบหา”
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัด
จากท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พวกเจ้าจงรีบเร่งปฏิบัติความดี ก่อนที่ความวุ่นวาย ดังกลางคืนที่มืดมิด กระทั่งว่าบางคนตื่นเช้ามาในสภาพที่เป็นผู้ศรัทธา แต่เมื่อตกเย็นกลับกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา หรือบางคนในตอนเย็นยังเป็นผู้ศรัทธา แต่เมื่อตื่นขึ้นมาอีกวันก็กลับกลายเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา เขาจะขายศาสนาของเขาเพื่อแลกกับความสุขที่น้อยนิดในโลกดุนยา”
บันทึกโดย มุสลิม
عن عائشة رضي الله عنها قالت: «ما غِرْتُ على أحد من نساء النبي صلى الله عليه وسلم ما غِرْتُ على خديجة رضي الله عنها ، وما رأيتها قط، ولكن كان يُكثر ذِكْرَها، وربما ذبح الشَّاةَ، ثم يُقطعها أَعْضَاءً، ثم يَبْعَثُهَا في صَدَائِقِ خديجة، فربما قلت له: كأن لم يكن في الدنيا إلا خديجة! فيقول: «إنها كانت وكانت وكان لي منها وَلَدٌ». وفي رواية: وإن كان لَيَذْبَحُ الشَّاءَ، فيُهدي في خَلَائِلِهَا منها ما يَسَعُهُنَّ. وفي رواية: كان إذا ذَبَحَ الشَّاةَ، يقول: «أرسلوا بها إلى أصدقاء خديجة». وفي رواية: قالت: اسْتَأْذَنَتْ هالة بنت خويلد أخت خديجة على رسول الله صلى الله عليه وسلم فعرف استئذان خديجة، فارْتَاحَ لذلك، فقال: «اللهم هالة بنت خويلد».
الرواية الأولى: متفق عليها. الرواية الثانية: متفق عليها. الرواية الثالثة: متفق عليها. الرواية الرابعة: متفق عليها
จากท่านหญิงซัยนับ บินติ ญะห์ชิน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้ามาหาเธอด้วยความกลัว โดยกล่าวว่า: "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์! โอ้ ชาวอาหรับจงระวังความชั่วที่กำลังใกล้เข้ามา วันนี้ได้มีการเปิดทางจากกำแพงของยะอฺญูจและมะอฺญูจ ซึ่งเปิดออกเหมือนกับนี้ พร้อมกับยกนิ้วชี้และนิ้วถัดไป จากนั้นซัยนับบ์ บินต์ ญะห์ชิน ถามว่า "โอ้ ศาสนทูตของอัลลอฮ์ เราจะถูกทำลายเมื่อมีคนดีอยู่ในหมู่เราหรือไม่?" ท่านตอบว่า "ใช่ ถ้าหากความชั่วมีมากเกินไป"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮูรัยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “การทดสอบจะดำเนินต่อไปสำหรับผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิงในชีวิตของเขา ลูกๆ ของเขา และทรัพย์สินของเขา จนกว่าเขาจะพบกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีบาปใดๆ เกิดขึ้นกับเขา”
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา รายงานว่า: เขากล่าวแก่อะฏออ์ บิน อบีเราะบาห์ ว่า “เจ้าจะเอาไหม ฉันจะให้เจ้าได้ดูผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เป็นชาวสวรรค์?” ฉันพูดว่า: ใช่ เขาพูดว่า: ผู้หญิงผิวดำคนนี้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม และกล่าวว่า: ฉันเป็นโรคลมบ้าหมูและฉันจะเปลือยผ้าโดยไม่รู้ตัวเสมอ ดังนั้นท่านจงวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อฉันหน่อยเถิด"ท่านนบีกล่าวว่า "ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าอดทนได้ สวรรค์ก็จะเป็นของเจ้า และถ้าเจ้าต้องการ ฉันจะวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อรักษาเจ้า (ให้หาย) " เขากล่าวว่า: ฉันจะอดทนไว้ เขากล่าวว่า: แต่ฉันจะเปลือยผ้า (ซึ่งฉันไม่ต้องการ) ดังนั้น ท่านจงวิงวอนต่อพระเจ้า เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องเปลือยผ้า ท่านจึงวิงวอนให้สำหรับเธอ
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุมมิ อัด-ดัรดาอ์ และอบี อัด-ดัรดาอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮ์ อลัยฮิ วะสัลลัม จะกล่าวอยู่เสมอว่า: “ดุอาอ์ที่มุสลิมขอให้แก่พี่น้องมุสลิมของเขาลับหลังนั้นจะถูกตอบรับ โดยจะมีมลาอิกะฮ์อยู่ประจำตัวเขา เมื่อใดก็ตามที่เขาดุอาอ์ให้พี่น้องของเขาในสิ่งที่ดี มลาอิกะฮ์ที่ได้รับมอบหมายก็จะกล่าวว่า อามีน (ขออัลลอฮ์ทรงตอบรับด้วยเถิด) และก็ขอให้ท่านได้รับสิ่งนั้นเช่นกัน”
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งท่านกล่าวว่า "ขอสาบานด้วยพระองค์ผู้ซึ่งชีวิตของมุฮัมหมัดอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ จะไม่มีผู้ใดที่ได้ยินเกี่ยวกับฉันจากประชาชาตินี้ ไม่ว่าจะเป็นยิวหรือคริสเตียน แล้วเสียชีวิตไปโดยไม่ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานมาให้แก่ฉัน เว้นแต่เขาจะเป็นคนหนึ่งจากชาวนรก"
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «الإيمانُ بِضْعٌ وَسَبْعُونَ أو بِضْعٌ وسِتُّونَ شُعْبَةً: فَأَفْضَلُهَا قَوْلُ: لا إله إلا الله، وَأَدْنَاهَا إِمَاطَةُ الأَذَى عَنِ الطَّرِيقِ، وَالحَيَاءُ شُعْبَةٌ مِنَ الإِيمَانِ».
متفق عليه
عن معاذ بن أنس رضي الله عنه مرفوعًا: «مَن كَظَمَ غَيظًا، وَهُو قادر على أن يُنفِذَه، دَعَاه الله سبحانه وتعالى على رؤوس الخَلاَئِق يوم القيامة حتَّى يُخَيِّره من الحُور العَين مَا شَاء».
رواه أبو داود والترمذي وابن ماجه وأحمد
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : ً"โอ้อัลลอฮ์ได้โปรดอย่าทำให้สุสานของฉันเป็นที่บูชา และอัลลอฮ์ทรงสาปแช่งกลุ่มชนที่ยึดเอาสุสานบรรดานบีของพวกเขาเป็นมัสยิด"
บันทึกโดย อะห์มัด
عن أنس بن مالك رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه قال: "إن عِظَمَ الجزاءِ مع عِظَمِ البلاءِ، وإن الله تعالى إذا أحب قوما ابتلاهم، فمن رَضِيَ فله الرِضا، ومن سَخِطَ فله السُّخْطُ".
رواه الترمذي وابن ماجه
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ข้าคือผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาผู้ที่ถือหุ้นส่วนทั้งหลาย บริสุทธิ์จากการมีหุ้นส่วน ใครก็ตามที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งในการกระทำนั้นเป็นการตั้งภาคีร่วมกับข้า ข้าจะละทิ้งเขา และสิ่งที่เป็นภาคีนั้น"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “แท้จริงอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงหึงหวง และแท้จริงผู้ศรัทธาก็หึงหวง และความหึงหวงของอัลลอฮ์ ตะอาลา จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ศรัทธากระทำสิ่งที่พระองค์ทรงห้ามเขา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “แท้จริงการละหมาดที่เป็นภาระหนักที่สุดสำหรับผู้กลับกลอกคือการละหมาดอิชาอ์และละหมาดฟัจร์ และหากพวกเขารู้ถึงคุณค่าที่มีอยู่ในละหมาดทั้งสองเวลานั้น แน่นอนพวกเขาจะมาทำการละหมาดเวลาทั้งสองนั้น แม้ว่าจะต้องคลานมาก็ตาม และบางครั้งฉันก็คิดที่จะสั่งให้มีการละหมาด แล้วฉันก็จะแต่งตั้งชายคนหนึ่งให้นำผู้คนในการละหมาด แล้วฉันจะไปพร้อมกับกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งซึ่งมีไม้ฟืนพร้อมกับพวกเขา ไปหาคนที่ไม่ได้เข้าร่วมการละหมาด แล้วเผาบ้านของพวกเขาด้วยไฟ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
Page 1 of 6
Next page