TH
Topic
อะกีดะฮ์ (หลักความเชื่อ)
135 hadiths
การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ อัซซะวะวัล
44
การศรัทธาต่อมะลาอีกะฮฺ
9
การศรัทธาต่อบรรดาเราะสูล
12
การศรัทธาต่อวันอาคิเราะฮฺ
26
ยอมรับต่อการกำหนดสภาวะการณ์
8
อัล-อัสมาอฺวัลอะฮ์กาม (ชื่อและข้อตัดสินชี้ขาดเกี่ยวกับชื่อนั้น ๆ)
22
เศาะฮาบะฮ์
7
อาลุ้ลบัยต์
7
การรักและเป็นมิตรต่อบรรดาผู้ศรัทธา และการรังเกียจและเป็นศัตรูต่อบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา
4
135 hadiths
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعًا: «إِنَّ الله تَعَالى يَقُول يَوْمَ القِيَامَة: أَيْنَ المُتَحَابُّونَ بِجَلاَلِي؟ اليَوم أُظِلُّهُم فِي ظِلِّي يَوْمَ لاَ ظِلَّ إِلاَّ ظِلِّي».
رواه مسلم
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดเชิญชวนไปสู่ทางนำ เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ที่กระทำตามเขา โดยที่ผลบุญของพวกเขานั้นจะไม่ลดน้อยลงแต่ประการใด และผู้ใดที่เชิญชวนไปสู่การหลงผิด เขาจะได้รับบาปเท่ากับบาปของผู้ที่กระทำตามเขา โดยบาปของพวกเขานั้นจะไม่ได้ลดน้อยลงแต่ประการใด”
บันทึกโดย มุสลิม
จากมะห์มูด บิน ละบีด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า :ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริง สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับพวกเจ้า คือ ภาคีเล็ก พวกเขาถามว่า "อะไรคือภาคีเล็กหรือโอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: การโอ้อวด อัลลอฮ์ ตะอาลา จะทรงตรัสแก่พวกเขาในวันกิยามะฮ์ หลังจากที่ผู้คนได้รับการตอบแทนตามการปฏิบัติของพวกเขาแล้ว ว่า" พวกเจ้าจงไปหาบรรดาผู้ที่พวกเจ้าได้โอ้อวดให้พวกเขาในโลกดุนยาเถิด แล้วจงดูว่า พวกเจ้าได้เห็นรางวัลที่เป็นการตอบแทนจากพวกเขาไหม?
บันทึกโดย อะห์มัด
จากอุมัร อิบนุลค็อฏฏ็อบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ฉันได้ยิน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "พวกเจ้าอย่าได้กล่าวยกย่องฉัน (จนเกินเลย) อย่างที่ชาวคริสเตียนได้ยกย่อง (อีซา) บุตรของนางมัรยัม เพราะแท้จริง ฉันคือบ่าวของอัลลอฮ์ ดังนั้น พวกท่านจงกล่าวว่า บ่าวของอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: มีคนถามท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ มนุษย์คนใดหรือที่จะมีความสุขมากที่สุดจากการได้รับการช่วยเหลือของท่านในวันกิยามะฮ์? ท่านจึงกล่าวว่า โอ้อบูฮุร็อยเราะฮ์เอ่ย ฉันคิดว่ายังไม่เคยมีใครถามเรื่องนี้กับฉันมาก่อน และฉันเห็นว่าเจ้าตั้งอกตั้งใจที่จะเก็บเกี่ยววจนะของฉัน มนุษย์ที่จะมีความสุขที่สุดจากการได้รับการช่วยเหลือของฉันในวันกิยามะฮ์นั้นคือ ผู้ที่กล่าวว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
عن عبد الله بن عمرو بن العاص - رضي الله عنه- مرفوعاً: "مَن ردته الطِّيَرَة عن حاجته فقد أشرك، قالوا: فما كفارة ذلك؟ قال: أن تقول: اللهم لا خير إلا خيرك، ولا طَيْرَ إِلَّا طَيْرُكَ ولا إله غيرك".
رواه أحمد
จากอุบาดะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ใครก็ตามที่ปฏิญาณตนว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การสักการะนอกจากอัลลอฮ์องค์เดียว ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และปฏิญาณตนว่ามูฮัมหมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ และอีซาเป็นบ่าวของอัลลอฮ์และศาสนทูตของพระองค์เป็นถ้อยคำของพระองค์ซึ่งได้ถ่ายทอดไปยังมัรยัมและเป็นวิญญาณจากพระองค์ ปฏิญาณว่าสวรรค์และนรกมีจริง อัลลอฮ์จะทรงให้เขาได้เข้าสวรรค์ไม่ว่าเขาจะมีความดีกี่มากน้อยก็ตาม"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ซึ่งถ้อยคำหนึ่ง และฉันก็กล่าวอีกถ้อยคำหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:"ใครก็ตามที่เสียชีวิตไปโดยเขาได้ขอต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์เพื่อเป็นภาคีเขาต้องตกนรกอย่างแน่นอน" และฉันกล่าวว่า"ใครก็ตามที่เสียชีวิตไปโดยไม่ขอต่อสิ่งใดเพื่อเป็นภาคีกับอัลลอฮ์เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعًا: «صلاة الرجل في جماعة تَضعُفُ على صلاته في بيته وفِي سُوقِه خمسا وعشرين ضِعفًا، وذلك: أَنَّه إِذَا تَوَضَّأ، فَأَحسَن الوُضُوء، ثمَّ خرج إلى المسجد لاَ يُخرِجُهُ إلاَّ الصلاة؛ لَم يَخْطُ خُطوَةً إِلاَّ رُفِعَت له بِها درجة، وَحُطَّ عَنهُ بها خطيئة، فإذا صلَّى لم تزل الملائكة تُصَلِّي عليه، ما دام في مُصَلاَّه: اللهُمَّ صَلِّ عليه، اللهم اغفِر له، اللهم ارْحَمه، ولا يزال في صلاة ما انتظر الصلاة».
متفق عليه
จาก ญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ฉันได้ถูกมอบให้ 5 ประการ ซึ่งไม่มีใครได้รับมาก่อนฉัน ฉันถูกให้ได้รับชัยชนะด้วยระยะทาง 1 เดือน และแผ่นดินนี้ได้ถูกทำให้เป็นสถานที่ละหมาดและบริสุทธิ์สำหรับฉัน ดังนั้นผู้ใดในหมู่ประชาชาติของฉัน เมื่อได้ถึงเวลาละหมาดแก่เขา ก็ให้เขาละหมาดเถิด และทรัพย์เชลยที่ได้มานั้นเป็นที่อนุญาติสำหรับฉัน ซึ่งมันเป็นที่ต้องห้ามต่อผู้คนก่อนหน้าฉัน และฉันได้ถูกมอบสิทธิในการไถ่โทษ(ชะฟาอะฮ์) และศาสดาคนหนึ่งได้ถูกส่งไปยังประชาชาติของเขาโดยเฉพาะ และฉันถูกส่งมายังมนุษยชาติทั้งมวล"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن معاذ بن جبل رضي الله عنه عن رسول الله صلى الله عليه وسلم أنه قال: «قَالَ اللهُ -عَزَّ وجَلَّ-: المُتَحَابُّون فِي جَلاَلِي، لَهُم مَنَابِرُ مِن نُورٍ يَغْبِطُهُم النَبِيُّونَ والشُهَدَاء».
رواه الترمذي وأحمد
عن أبي هريرة رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «إنَّ في الجنَّة مائةَ دَرَجَة أعَدَّهَا الله للمُجاهِدين في سَبِيل الله ما بَيْنَ الدَّرَجَتَيْنِ كما بين السماء والأرض».
رواه البخاري
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พระเจ้าผู้ทรงอำนาจตรัสว่า ข้าอยู่กับความนึกคิดของบ่าว และข้าอยู่กับเขาเมื่อเขารำลึกถึงข้า เมื่อใดที่เขารำลึกถึงข้าในจิตใจของเขา ข้าก็จะรำลึกถึงเขาในตัวข้า และเมื่อเขากล่าวถึงข้าแก่ผู้ที่มีตำแหน่งที่สูงส่ง ข้าก็จะกล่าวเอ่ยถึงเขาแก่ผู้ที่มีตำแหน่งสูงส่งยิ่งกว่า และหากแม้นว่า เขาเข้าใกล้ข้ามาคืบหนึ่ง แน่นอนข้าจะเข้าใกล้เขาศอกหนึ่ง และหากเขาเข้าใกล้ข้ามาศอกหนึ่ง ข้าก็จะเข้าใกล้เขาวาหนึ่ง และถ้าเขาเข้ามาหาข้าด้วยการเดิน ข้าก็จะเข้าใกล้เขาด้วยการวิ่ง”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "วันที่ดีที่สุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้นคือวันศุกร์ ในวันนั้นอาดัมถูกสร้างขึ้น ถูกนำเข้าสู่สวรรค์ และในวันศุกร์เขาถูกขับออกจากสวรรค์ และวันกิยามะฮ์จะไม่เกิดขึ้น นอกจากในวันศุกร์"
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «كان داود -عليه السلام- لا يأكلُ إلا من عمل يده». وعن المقدام بن معد يكرب رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «ما أكل أحد طعاما قط خيرا من أن يأكل من عمل يده، وإن نبي الله داود صلى الله عليه وسلم كان يأكل من عمل يده».
حديث أبي هريرة رضي الله عنه: رواه البخاري. حديث المقداد رضي الله عنه: رواه البخاري
عن ابن مسعود رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «من أصابته فَاقَة فأنْزَلها بالناس لم تُسَدَّ فَاقَتُهُ، ومن أنْزَلها بالله، فَيُوشِكُ الله له بِرزق عاجل أو آجل».
رواه أبو داود والترمذي وأحمد
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ผู้ใดที่ประวิงเวลาให้กับลูกหนี้ที่ขัดสนหรือยกหนี้ให้แก่เขา อัลลอฮ์จะทรงให้เขาอยู่ใต้ร่มเงาบัลลังก์ของพระองค์ในวันฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นวันที่ไม่มีร่มเงาใดนอกจากร่มเงาของพระองค์”
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัด
จากอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา แท้จริง ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริง อัลลอฮ์ทรงยกโทษให้แก่ประชาชาติของฉัน ในเรื่องความผิดพลาด ความลืมเลือน และสิ่งที่พวกเขาถูกบังคับให้กระทำ”
รายงานโดย อิบนุมาญะฮ์ บัยฮะกีย์ และคนอื่นๆ
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول: «جَعَلَ اللهُ الرحمةَ مائة جُزْءٍ، فَأَمْسَكَ عِنْدَهُ تِسْعَةً وَتِسْعِينَ، وأَنْزَلَ في الأَرْضِ جُزْءًا وَاحِدًا، فَمِنْ ذَلِكَ الجُزْءِ يَتَرَاحَمُ الخَلَائِقُ، حتى تَرْفَعَ الدَّابَّةُ حَافِرَهَا عَنْ وَلَدِهَا خَشْيَةَ أَنْ تُصِيبَهُ». وفي رواية «إِنَّ للهِ تعالى مئةُ رحمةٍ، أَنْزَلَ منها رحمةً واحدةً بَيْنَ الجِنِّ والإنسِ والبَهَائِمِ والهَوَامِّ، فَبِهَا يَتَعَاطَفُونَ، وبها يَتَرَاحَمُونَ، وبِهَا تَعْطِفُ الوَحْشُ على وَلَدِهَا، وأَخَّرَ اللهُ تعالى تِسْعًا وتِسْعِينَ رحمةً يَرْحَمُ بِهَا عِبَادَهُ يومَ القِيَامَةِ». وعن سلمان الفارسي رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إِنَّ للهِ تعالى مئةُ رحمةٍ فمنها رحمةٌ يَتَرَاحَمُ بها الخَلْقُ بَيْنَهُمْ، وتِسْعٌ وتِسْعُونَ لِيَومِ القِيَامَةِ». وفي رواية: «إِنَّ اللهَ تَعَالَى خَلَقَ يَوْمَ خَلَقَ السَّمَاوَاتِ والأَرْضَ مئةَ رحمةٍ كُلُّ رحمةٍ طِبَاقَ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ إلى الأَرْضِ، فَجَعَلَ منها في الأَرْضِ رَحْمَةً فبها تَعْطِفُ الوَالِدَةُ على وَلَدِهَا، والوَحْشُ والطَّيْرُ بَعْضُهَا عَلَى بَعْضٍ، فإذا كانَ يومُ القيامةِ أَكْمَلَهَا بِهَذِه الرحمةِ».
حديث أبي هريرة -رضي الله عنه-: متفق عليه. حديث سلمان -رضي الله عنه-: رواه مسلم
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงมองที่รูปร่างหน้าตาหรือความมั่งคั่งของพวกเจ้า แต่พระองค์จะทรงมองที่จิตใจและการกระทำของพวกเจ้า"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูษัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมม ตามที่ท่านได้รายงานจากอัลลอฮ์ ตะบารอกา วะตะอาลา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสว่า“โอ้ บ่าวของข้าทั้งหลาย แท้จริงข้าได้ทำให้การอธรรมเป็นที่ต้องห้ามแก่ตัวข้าเอง และข้าได้ทำให้มันเป็นที่ต้องห้ามระหว่างพวกเจ้าด้วย ดังนั้น พวกเจ้าจงอย่าได้อธรรมต่อกัน โอ้ บ่าวของข้า พวกเจ้าทั้งหลายล้วนเป็นผู้หลงทางนอกจากผู้ที่ข้าได้ให้ทางนำแก่เขา ดังนั้น พวกเจ้าจงขอทางนำจากข้า แล้วข้าจะให้ทางนำแก่พวกเจ้า โอ้ บ่าวของข้า พวกเจ้าทั้งหลายล้วนเป็นผู้หิวโหยนอกจากผู้ที่ข้าให้อาหารแก่เขา ดังนั้น จงขออาหารจากข้า แล้วข้าจะให้อาหารแก่พวกเจ้า โอ้ บ่าวของข้า พวกเจ้าทั้งหลายล้วนเป็นผู้โป๊เปลือย นอกจากผู้ที่ข้าได้ให้อาภรณ์แก่เขา ดังนั้น จงขออาภรณ์จากข้า แล้วข้าจะให้อาภรณ์แก่พวกเจ้า โอ้ บ่าวของข้า พวกเจ้าทั้งหลาย(มักจะ)กระทำผิดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน และข้าเป็นผู้ให้อภัยในความผิดทั้งปวง ดังนั้น จงขออภัยโทษจากข้า แล้วข้าจะให้อภัยโทษแก่พวกเจ้า โอ้ บ่าวของข้า แท้จริงพวกเจ้าไม่อาจบรรลุถึงขั้นให้โทษข้า แล้วจะมาให้โทษข้าได้ และพวกเจ้าก็ไม่อาจบรรลุถึงขั้นให้คุณแก่ข้า แล้วจะมาให้คุณแก่ข้าได้ โอ้ บ่าวของข้า แม้นว่าจากคนแรกของพวกเจ้าจนถึงคนสุดท้ายของพวกเจ้า ทั้งมนุษย์ทั้งญินของพวกเจ้า พวกเขา(ทุกคนมีหัวใจ)เหมือนกับคนที่มีหัวใจยำเกรงที่สุดในหมู่พวกเจ้า ก็ไม่อาจเพิ่มใดๆ ในอำนาจของข้าได้ โอ้ บ่าวของข้า แม้นว่าคนแรกของพวกเจ้าจนถึงคนสุดท้ายของพวกเจ้า ทั้งมนุษย์ทั้งญินของพวกเจ้า พวกเขา(ทุกคนมีหัวใจ)เหมือนกับคนที่มีหัวใจชั่วช้าที่สุดในหมู่พวกเจ้า ก็ไม่อาจลดทอนใดๆ ในอำนาจของข้าได้ โอ้ บ่าวของข้า แม้นว่าคนแรกของพวกเจ้าจนถึงคนสุดท้ายของพวกเจ้า ทั้งมนุษย์ทั้งญินของพวกเจ้า ได้รวมตัวกันบนผืนแผ่นดินเดียวกันแล้วต่างวิงวอนขอจากข้า แล้วข้าก็ให้ทุกคนตามคำขอของพวกเขา มันก็ไม่ได้ลดทอนสิ่งที่มีอยู่ ณ ที่ข้าได้ นอกจากเพียงเท่าเข็มที่จุ่มลงไปในมหาสมุทรเท่านั้น โอ้ บ่าวของข้า แท้จริงการงานของพวกเจ้าเองนั่นแหละ ที่เราจะนำมาคำนวณนับมันแก่พวกเจ้า แล้วเราก็จะตอบแทนมันแก่พวกเจ้าอย่างครบถ้วน ดังนั้น ผู้ใดพบว่ามันเป็นการงานที่ดีก็จงสรรเสริญอัลลอฮ์เถิด แต่หากเขาพบว่ามันเป็นอย่างอื่น ก็จงอย่าได้ตำหนิผู้ใดนอกจากตัวเขาเอง”
บันทึกโดย มุสลิม
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า : วันหนึ่ง ฉันได้(ขี่พาหนะ)อยู่ข้างหลังท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านกล่าวว่า "โอ้เด็กน้อยเอ๋ย ฉันจะสอนบางคำให้แก่เจ้า คือ เจ้าจงปกป้องอัลลอฮ์ แล้วอัลลอฮ์จะปกป้องเจ้า จงปกป้องอัลลอฮ์ แล้วเจ้าจะพบว่า พระองค์นั้นอยู่ต่อหน้าเจ้า เมื่อเจ้าจะขอก็จงขอต่ออัลลอฮ์ เมื่อเจ้าจะขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์ เจ้าพึงรู้ไว้เถิดว่า มนุษย์นั้นหากพวกเขาร่วมมือกัน เพื่อให้ประโยชน์ใดๆ แก่เจ้า พวกเขาย่อมไม่อาจให้ประโยชน์ใดๆ แก่เจ้าได้ นอกจากสิ่งนั้น อัลลอฮ์ได้บันทึกไว้ให้เจ้ามาก่อนหน้านี้แล้ว และหากพวกเขาร่วมมือกัน เพื่อที่จะให้โทษใดๆ แก่เจ้า พวกเขาย่อมไม่อาจ ให้โทษใดๆ แก่เจ้าได้ นอกจากสิ่งนั้น อัลลอฮ์ได้ทรงบันทึกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ปากกาได้ถูกยกขึ้นแล้ว และแผ่นบันทึกก็ได้เหือดแห้งแล้ว"
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “สถานที่ที่อัลลอฮ์ชื่นชอบมากที่สุดคือมัสยิด และสถานที่ที่อัลลอฮ์เกลียดชังมากที่สุดคือตลาด”
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “ประชาชาติของฉันทุกคนจะได้เข้าสวรรค์ ยกเว้นผู้ที่ปฏิเสธ มีคนถามว่า ใครเล่าที่ปฏิเสธ โอ้เราะซูลุลลอฮ์ ? ผู้ที่เชื่อฟังฉัน เขาจะได้เข้าสวรรค์ และผู้ที่ฝ่าฝืนฉัน แน่นอนเขาคือผู้ปฏิเสธ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
Previous page
Page 2 of 6
Next page