Hadith for the World
Topic

อะกีดะฮ์ (หลักความเชื่อ)

135 hadiths

135 hadiths

จากอบูบัรซะฮ์ อัลอัสละมีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "ในวันกิยามะฮ์สองเท้าของบ่าวแต่ละคนจะไม่เคลื่อนจนกว่าเขาจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับอายุของเขาว่าเขาใช้หมดไปในทางใด ความรู้ของเขาว่าเขานำมันไปปฏิบัติอย่างไร ทรัพย์สินของเขาว่าเขาได้มาอย่างไรและใช้จ่ายไปในทางใด และร่างกายของเขาว่าเขาใช้งานไปอย่างไร"บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «لما خلق اللهُ الخَلْقَ كتب في كتاب، فهو عنده فوق العرش: إن رحمتي تَغْلِبُ غضبي». وفي رواية: «غَلَبَتْ غضبي» وفي رواية: «سَبَقَتْ غضبي».متفق عليه
จากอันนุอ์มาน บิน บะชีร เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เปรียบเทียบบรรดาผู้ศรัทธาในด้านความรัก ความเอ็นดูเมตตา และการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลของพวกเขาที่มีต่อกันนั้น เปรียบเสมือนกับเรือนร่างเดียวกัน เมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งเจ็บปวด จะส่งผลให้อวัยวะทั่วร่างกายต้องอดหลับอดนอนและเจ็บป่วยตามไปด้วย"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า บาปใดที่ใหญ่หลวงที่สุด ณ อัลลอฮ์? ท่านกล่าวว่า “การที่เจ้ากำหนดสิ่งอื่นมาเทียบเท่าอัลลอฮ์ทั้งที่พระองค์ทรงสร้างเจ้ามา” ฉันกล่าวว่า: แท้จริงการกระทำเช่นนั้น มันเป็นความผิดที่ใหญ่มาก ฉันกล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านกล่าวว่า: “และการที่เจ้าฆ่าลูกของตัวเอง เพราะกลัวเขาจะกินอาหารกับเจ้า” ฉันกล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านกล่าวว่า “การล่วงประเวณีกับภรรยาของเพื่อนบ้าน”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู อัยยูบ อัลอันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่อนุมัติให้ชายคนหนึ่งตัดสัมพันธ์กับพี่น้องของเขาเกินสามคืน โดยที่ทั้งสองนั้นเจอกัน แล้วต่างคนต่างหนีหน้ากัน และผู้ที่ประเสริฐกว่าในสองคนนั้นคือผู้ที่เริ่มให้สลามก่อน"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ศิรมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย อัลลอฮ์จะทำให้เขาได้รับอันตรายเช่นกัน และผู้ใดที่สร้างความลำบากแก่ผู้อื่น อัลลอฮ์จะทำให้เขาได้รับความลำบากเช่นกัน"บันทึกโดย อบูดาวูด อัต-ติรมิซีย์ อิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
จากอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่ใช่พวกของเรา สำหรับผู้ที่ตบแก้ม ฉีกกระเป๋า และการวิงวอน ที่เป็นการวิงวอนของชาวญาฮิลียะฮ์ (ยุคก่อนอิสลาม)"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي أمامة رضي الله عنه قال: سمعتُ رسولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم يقولُ: «اقْرَؤُوا القرْآنَ؛ فَإنَّهُ يَأتِي يَوْمَ القِيَامَةِ شَفِيعًا لأَصْحَابِهِ».رواه مسلم
عن جابر بن عبد الله رضي الله عنهما قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «يُبْعَثُ كلُّ عبدٍ على ما مات عليه».رواه مسلم
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งย่อมดีและเป็นที่รัก ณ อัลลอฮ์มากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็มีความดีงามอยู่ จงมุ่งมั่นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้าเอง และจงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์และอย่าได้รู้สึกอ่อนแอ และเมื่อเจ้าประสบกับปัญหาใด ก็อย่าได้กล่าวว่า หากฉันกระทำเช่นนั้น มันก็จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จงกล่าวว่า (นี่มันเป็น)พระกำหนดของอัลลอฮ์และสิ่งใดที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงทำ เพราะคำว่า ‘ถ้า’ นั้นจะเป็นการเปิดช่องทางให้ชัยฏอนทำงาน"บันทึกโดย มุสลิม
عن أنس بن مالك رضي الله عنه عن رسول الله صلى الله عليه وسلم أنه كان إذا أكل طعاما، لعق أصابعه الثلاث. قال: وقال: «إذا سقطت لُقمة أحدكم فليُمِطْ عنها الأذى، وليأكلها ولا يَدَعْهَا للشيطان» وأمر أن تُسْلَتَ القَصْعَةُ، قال: «فإنكم لا تدرون في أيِّ طعامكم البركة» وعن جابر بن عبد الله رضي الله عنه أن رسولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم قالَ: "إنّ الشيطانَ يَحضُرُ أحدَكُم عندَ كلِ شيءٍ من شَأنِه، حتى يَحضُرَهُ عندَ طعامِهِ، فإذا سَقطتْ لقمةُ أحدِكُم فليَأخُذْها فَلْيُمِطْ ما كانِ بها من أذى، ثم ليَأكُلْها ولا يَدَعْها للشيطانِ، فإذا فَرَغَ فليَلْعَقْ أصابعَهُ، فإنه لا يَدري في أيِّ طَعامه البركة"حديث أنس رواه مسلم. حديث جابر رواه مسلم
จากญะรีร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: เราอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และคืนหนึ่งท่านมองดูดวงจันทร์ –หมายถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง- แล้วท่านก็กล่าวว่า “แท้จริง พวกเจ้าจะเห็นพระเจ้าของพวกเจ้าเหมือนที่พวกเจ้าเห็นดวงจันทร์ดวงนี้ ซึ่งไม่มีความลำบากใดๆ กับพวกเจ้าในการมองเห็นพระองค์ “ดังนั้น หากพวกเจ้ามีความสามารถที่จะไม่พลาดการละหมาดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตกได้ ก็จงทำเถิด!” จากนั้นท่านก็อ่านโองการของอัลลอฮ์ที่ว่า: “{وَسَبِّحْ بِحَمْدِ رَبِّكَ قَبْلَ طُلُوعِ الشَّمْسِ وَقَبْلَ الْغُرُوبِ } ความว่า: "และจงสรรเสริญพระผู้อภิบาลของเจ้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตก"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงอัลลอฮ์จะประวิงเวลาให้กับผู้ที่อธรรม จนเมื่อพระองค์จัดการกับเขา พระองค์จะไม่ให้เขาเล็ดลอดไปได้" จากนั้นท่านนบีได้อ่านโองการที่ว่า : {และเช่นนี้แหละคือการลงโทษของพระผู้อภิบาลของเจ้า เมื่อพระองค์ทรงลงโทษหมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อธรรม แท้จริงการลงโทษของพระองค์นั้นเจ็บแสบสาหัส} [ซูเราะฮ์ฮูด : 102]บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บางคนกล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดไปหาหมอดู แล้วถามเขาถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การละหมาดของเขาจะไม่ได้รับการตอบรับเป็นเวลาสี่สิบคืน"บันทึกโดย มุสลิม
รายงานจากท่านอับดุลเลาะ บิน มัซอูด เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "บาปที่ใหญ่ที่สุด คือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ความรู้สึกปลอดภัยจากอุบาย(การลงโทษ)ของอัลลอฮฺ การสิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ และการเบื่อหน่ายต่อความเมตตาของอัลลอฮฺ"รายงานโดย อับดุรรอซซาก
عن البراء بن عازب –رضي الله عنهما- قال: كانَ رجلٌ يَقرَأُ سُورةَ الكهفِ، وعندَه فَرَسٌ مَربُوطٌ بِشَطَنَيْنِ، فَتَغَشَّتْهُ سَحَابَةٌ فَجَعَلَتْ تَدْنُو، وجَعلَ فَرَسُه يَنفِرُ منها، فلمّا أصبحَ أتَى النبيَّ صلى الله عليه وسلم فَذَكرَ ذلك له، فقالَ: «تِلكَ السَّكِينةُ تَنَزَّلَتْ للقُرآنِ».متفق عليه
จากอบูอัดดัรดาอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่ท่องจำสิบอายะฮ์แรกของซูเราะห์ อัล-กะฮ์ฟิ เขาจะได้รับการปกป้องจากดัจญาล" และในบางรายงาน กล่าวว่า: “จากตอนท้ายของซูเราะห์ อัล-กะฮ์ฟิ”บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «ما توطَّنَ رجلٌ مسلمٌ المساجدَ للصلاة والذِّكر، إلا تَبَشْبَشَ اللهُ له، كما يَتَبَشْبَشُ أهلُ الغائب بغائبهم إذا قَدِمَ عليهم».رواه ابن ماجه وأحمد
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงตรัสว่า: ผู้ใดที่เป็นศัตรูกับคนรักของข้า แท้จริงข้าได้ประกาศสงครามกับเขา และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของข้าได้ปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้าที่ข้าจะรักยิ่งไปกว่าสิ่งที่ข้าได้กำหนดเป็นศาสนบังคับ(ฟัรฎู)เหนือเขา และบ่าวของข้าจะยังคงปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้าด้วยกับสิ่งที่เป็นสุนนะฮ์ต่างๆ จนกระทั่งข้ารักเขา เมื่อใดที่ข้ารักเขา ข้าจะเป็นหูของเขาที่เขาใช้ฟัง เป็นดวงตาของเขาที่เขาใช้มอง เป็นมือของเขาที่เขาใช้หยิบจับ และเป็นเท้าของเขาที่เขาใช้เดิน หากเขาวิงวอนขอต่อข้า แน่นอนข้าจะประทานให้แก่เขา และหากเขาขอความคุ้มครองจากข้า แน่นอนข้าจะให้ความคุ้มครองแก่เขา และข้าไม่ลังเลกับสิ่งใดที่ข้าทำเหมือนที่ข้าลังเลกับการเอาชีวิตของผู้ศรัทธา เขาไม่อยากตายและฉันก็ไม่อยากทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบ"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
عن أنس بن مالك وأبي هريرة رضي الله عنهما عن النبي صلى الله عليه وسلم فيما يرويه عن ربه عز وجل قال: «إذا تَقَرَّبَ العبدُ إليَّ شِبْرًا تَقَرَّبْتُ إليه ذِرَاعًا، وإذا تَقَرَّبَ إليَّ ذِرَاعًا تَقَرَّبْتُ مِنْهُ بَاعًا، وإذا أتاني يمشي أَتَيْتُهُ هَرْوَلَةً».حديث أنس -رضي الله عنه- رواه البخاري . حديث أبي هريرة -رضي الله عنه- متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ การศรัทธานั้นมีเจ็ดสิบ หรือหกสิบกว่าแขนง ที่ประเสริฐสุดคือการกล่าวคำว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะที่แท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ) และที่ต่ำสุดของการศรัทธาคือ การขจัดสิ่งอันตรายออกจากทางสัญจร และความละอายนั้นคือส่วนหนึ่งของการศรัทธา”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอะดีย์ บิน หาติม เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ไม่มีใครในหมู่พวกท่านทั้งหลายนอกจากจะต้องพูดคุยกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีการแปลความหมายระหว่างเขากับพระองค์ โดยเขาจะมองไปทางขวาเขาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้า(ที่เป็นการงานที่ดี) และจะมองไปทางซ้ายและไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้า(ที่เป็นการงานที่ชั่ว) และจะมองไปข้างหน้าตนเองและไม่เห็นสิ่งใดนอกจากไฟนรกที่รออยู่ตรงหน้าเขา ดังนั้นจงป้องกันตนจากไฟนรก แม้เพียงแค่ด้วยการบริจาคลูกอินทผลัมเพียงครึ่งเม็ด”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
รายงานจากท่านอับดุลเลาะฮฺ บิน อะกีม เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ พาดพิงถึงท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า "ผู้ใดที่แขวนสิ่งๆหนึ่ง (โดยหวังว่าสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์หรือสามารถป้องกันตัวเองได้) ดังนั้นอัลลอฮฺจะทรงทำให้คนๆ นั้นต้องพึ่งพาสิ่งนั้นตลอด"รายงานโดย อัตติรมีซีย์ - รายงานโดย อะห์มัด
จากฏอริก บิน อะชีม อัลอัชญะอีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ใครที่กล่าว "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ" ความว่า (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ) และปฏิเสธทุกสิ่งที่ถูกสักการะอื่นจากอัลลอฮฺ ทรัพย์สินและเลือดเนื้อของเขาจะเป็นที่ต้องห้าม และการคิดบัญชีที่มีต่อเขานั้นเป็นหน้าที่ของอัลลอฮฺ"บันทึกโดย มุสลิม