Hadith for the World
ฟิกฮุ อิบาดะฮฺ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮ์)

การประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะฮ์

17 hadiths

17 hadiths

จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่หญิงชาวอันศอรคนหนึ่ง ซึ่งอิบนุอับบาสเคยบอกชื่อนางแก่ฉันแล้วแต่ฉันลืมชื่อนาง : "อะไรขัดขวางไม่ให้เจ้าประกอบพิธีฮัจญ์ร่วมกับเรา?" นางกล่าวว่า "เราไม่มีอะไรนอกจากอูฐสองตัวเท่านั้น ดังนั้นสามีและลูกจึงประกอบพิธีฮัจญ์ด้วยอูฐตัวหนึ่ง และทิ้งอีกตัวไว้ให้เราใช้ตักน้ำจากบ่อ" ท่านเราะซูลกล่าวว่า: "เมื่อเดือนเราะมะฎอนมาถึง ก็จงทำอุมเราะฮ์ เพราะการทำอุมเราะฮ์ในเดือนรอมะฎอนนั้นเทียบเท่ากับการทำฮัจญ์"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดที่ประกอบพิธีหัจญ์โดยที่เขางดการมีเพศสัมพันธ์ และไม่กระทำสิ่งชั่วช้าใดๆ เขาผู้นั้นจะกลับมาเสมือนวันที่มารดาของเขาได้คลอดเขาออกมา”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ พวกเราเห็นว่าการญิฮาด (การต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์) นั้นเป็นศาสนกิจที่ประเสริฐที่สุด ดังนั้น เราควรออกญิฮาดหรือไม่? ท่านตอบว่า "ไม่ แต่การญิฮาดที่ประเสริฐที่สุด คือฮัจญ์มับรูร”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
عن عبد الله بن عمر رضي الله عنهما «أنَّ رسُول الله -صلَّى الله عليه وسلَّم- دَخَل مكَّة مِن كَدَاٍء، مِن الثَنِيَّة العُليَا التِّي بالبَطحَاءِ، وخرج من الثَنِيَّة السُفلَى».متفق عليه
จากอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: เขามาที่หินดำและจูบมัน แล้วพูดว่า ฉันรู้ว่าเจ้าเป็นหินที่ไม่เป็นอันตรายหรือเป็นประโยชน์แต่อย่างใด และหากฉันไม่เคยเห็นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้จูบเจ้า ฉันก็จะไม่จูบเจ้าบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عبد الله بن عُمَر رضي الله عنه قال: «اسْتَأْذَنَ الْعَبَّاسُ بن عَبْدِ الْمُطَّلِب رسول الله صلى الله عليه وسلم : أن يبيت بمكة ليالي مِنى، من أجل سِقَايَتِه فأذن له».متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ไม่อนุญาตให้สตรีมุสลิมเดินทางข้ามคืน เว้นแต่นางจะมีชายผู้เป็นผู้ปกครองสำหรับนางด้วย"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن جُنْدُب بن عَبْدِ الله البجَليِّ رضي الله عنه قال: «صلى النبي صلى الله عليه وسلم يوم النَّحر، ثم خطب، ثم ذبح، وقال: من ذبح قبل أن يُصَلِّيَ فَلْيَذْبَحْ أُخرى مكانها، ومن لم يذبح فَلْيَذْبَحْ باسم الله».متفق عليه
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่มีวันใดๆ ที่การงานที่ดีจะเป็นที่ชื่นชอบที่สุดสำหรับอัลลอฮฺมากกว่าในวันเหล่านี้ (หมายถึงสิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮ์)” เหล่าบรรดาเศาะหาบะฮ์ได้ถามท่านวา “แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?” ท่านตอบว่า “ใช่ แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ เว้นแต่ผู้ที่ออกไปรบด้วยตัวเขาและทรัพย์สินของเขา โดยที่เขาไม่กลับมาอีกเลย (เสียชีวิตในสมรภูมิ) ”บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และอบูดาวูด และสำนวนเป็นของท่าน
عن عائشة رضي الله عنها مرفوعاً: «ما مِن يومٍ أكثر مِن أنْ يُعْتِقَ اللهُ فيه عبدًا مِن النارِ، مِن يومِ عرفة، وإنَّه ليدنو، ثم يُباهي بهم الملائكةَ، فيقول: ما أراد هؤلاء؟».رواه مسلم
จากอุมมุซะละมะห์ มารดาของผู้ศรัทธา ภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่เขามีสัตว์พลีที่จะเชือดทำอุฎฮียะฮ์ เมื่อเขาเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลฮิจญะห์แล้ว ดังนั้นเขาจงอย่าได้ตัดผม(ขน) อย่าตัดเล็บของเขาจนกว่า จะเชือดสัตว์พลีของเขาเสร็จ"บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي بكرة -ضي الله عنه- مرفوعاً: «إِنَّ الزمانَ قَدِ اسْتَدَارَ كَهَيْئَتِهِ يَوْمَ خَلَقَ اللهُ السَّمَاوَاتِ والأَرْضَ: السنةُ اثنا عَشَرَ شَهْرًا، منها أربعةٌ حُرُمٌ: ثلاثٌ مُتَوَالِيَاتٌ: ذُو القَعْدَةِ، وذُو الحَجَّةِ، والمحرمُ، ورَجَبُ مُضَرَ الذي بين جُمَادَى وشَعْبَانَ، أَيُّ شَهْرٍ هَذَا؟» قلنا: اللهُ ورسولُهُ أَعْلَمُ، فسكتَ حتى ظننا أنه سَيُسَمِّيهِ بغير اسمه، قال: «أَلَيْسَ ذَا الحَجَّةِ؟» قُلْنَا: بَلَى. قال: «فأَيُّ بَلَدٍ هَذَا؟» قلنا: اللهُ ورسولُهُ أَعْلَمُ، فسكتَ حتى ظننا أنه سُيَسَمِّيهِ بغير اسمه. قال: «أَلَيْسَ البَلْدَةَ؟» قلنا: بلى. قال: «فأَيُّ يَوْمٍ هَذَا؟» قُلْنَا: اللهُ ورسولُهُ أَعْلَمُ، فسكتَ حتى ظَنَنَّا أنه سيسميه بغير اسمه. قال: «أَلَيْسَ يَوْمَ النَّحْرِ؟» قلنا: بَلَى. قال: «فَإِّنَّ دِمَاءَكُمْ وأَمْوَالَكُمْ وأَعْرَاضَكُمْ عَلَيْكُمْ حَرَامٌ، كَحُرْمَةِ يَوْمِكُمْ هَذَا في بَلَدِكُمْ هَذَا فِي شَهْرِكُمْ هَذَا، وَسَتَلْقَونَ رَبَّكُمْ فَيَسْأَلُكُمْ عَنْ أَعْمَالِكُمْ، أَلَا فَلَا تَرْجِعُوا بَعْدِي كُفَّارًا يَضْرِبُ بَعْضُكُم رِقَابَ بَعْضٍ، أَلَا لِيُبَلِّغِ الشَّاهِدُ الغَائِبَ، فَلَعَلَّ بَعْضَ مَنْ يَبْلُغُهُ أَنْ يكونَ أَوْعَى لَهُ مِنْ بَعْضِ مَنْ سَمِعَهُ»، ثُمَّ قال: «أَلَا هَلْ بَلَّغْتُ، أَلَا هَلْ بَلَّغْتُ؟» قلنا: نعم. قال: «اللَّهُمَّ اشْهَدْ».متفق عليه
จากอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “อิสลามถูกสร้างขึ้นบนหลักห้าประการ คือ ปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮ์ และมุฮัมหมัดคือบ่าวและศาสนทูตของพระองค์ ดำรงการละหมาด จ่ายซะกาต บำเพ็ญหัจญ์ ณ บัยตุลลอฮ์ และถือศีลอดในเดือนเราะมาฎอน”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي ذر رضي الله عنه قال: قلت يا رسول الله، أي مسجد وضع في الأرض أول؟ قال: «المسجد الحرام» قال: قلت: ثم أي؟ قال «المسجد الأقصى» قلت: كم كان بينهما؟ قال: «أربعون سنة، ثم أينما أدركتك الصلاة بعدُ فَصَلِّه، فإن الفضل فيه».متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «ما بين بيتي ومنبري روضة من رياض الجنة، ومنبري على حوضي».متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه: أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «العمرة إلى العمرة كفارةٌ لما بينهما، والحج المبرور ليس له جزاءٌ إلا الجنة».متفق عليه
عن ابن عباس رضي الله عنهما أنه سمع النبي صلى الله عليه وسلم يقول: «لا يَخْلُوَنَّ رجلٌ بامرأةٍ، ولا تسافِرَنَّ امرأةٌ إلا ومعها محرمٌ»، فقام رجل فقال: يا رسول الله، ‌اكتتبت في غزوة كذا وكذا، وخرجت امرأتي حاجة، قال: «اذهب فحج مع امرأتك».متفق عليه