TH
การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ อัซซะวะวัล
เตาฮีด อัล-อุลูฮียะฮฺ
14 hadiths
เตาฮีดอัร-รุบูบียะฮฺ
2
เตาฮีด อัล-อุลูฮียะฮฺ
14
เตาฮีด อัล-อัสมาอฺวัสศิฟาต
24
14 hadiths
จากอุมัร บิน อัลค็อฏฏอบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ทรงห้ามไม่ให้พวกเจ้าทำการสาบานต่อบรรพบุรุษของพวกเจ้า” อุมัรกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ฉันไม่ได้สาบานต่อบรรพบุรุษอีกเลยตั้งแต่ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ห้ามการกระทำเช่นนั้น ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา (เช่นในกรณีที่บอกคำสาบานของผู้อื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์).
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ข้าคือผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในบรรดาผู้ที่ถือหุ้นส่วนทั้งหลาย บริสุทธิ์จากการมีหุ้นส่วน ใครก็ตามที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งในการกระทำนั้นเป็นการตั้งภาคีร่วมกับข้า ข้าจะละทิ้งเขา และสิ่งที่เป็นภาคีนั้น"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอุมัร อิบนุลค็อฏฏ็อบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ฉันได้ยิน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "พวกเจ้าอย่าได้กล่าวยกย่องฉัน (จนเกินเลย) อย่างที่ชาวคริสเตียนได้ยกย่อง (อีซา) บุตรของนางมัรยัม เพราะแท้จริง ฉันคือบ่าวของอัลลอฮ์ ดังนั้น พวกท่านจงกล่าวว่า บ่าวของอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: มีคนถามท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า “โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ มนุษย์คนใดหรือที่จะมีความสุขมากที่สุดจากการได้รับการช่วยเหลือของท่านในวันกิยามะฮ์? ท่านจึงกล่าวว่า โอ้อบูฮุร็อยเราะฮ์เอ่ย ฉันคิดว่ายังไม่เคยมีใครถามเรื่องนี้กับฉันมาก่อน และฉันเห็นว่าเจ้าตั้งอกตั้งใจที่จะเก็บเกี่ยววจนะของฉัน มนุษย์ที่จะมีความสุขที่สุดจากการได้รับการช่วยเหลือของฉันในวันกิยามะฮ์นั้นคือ ผู้ที่กล่าวว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้ซึ่งถ้อยคำหนึ่ง และฉันก็กล่าวอีกถ้อยคำหนึ่ง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:"ใครก็ตามที่เสียชีวิตไปโดยเขาได้ขอต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์เพื่อเป็นภาคีเขาต้องตกนรกอย่างแน่นอน" และฉันกล่าวว่า"ใครก็ตามที่เสียชีวิตไปโดยไม่ขอต่อสิ่งใดเพื่อเป็นภาคีกับอัลลอฮ์เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن ابن مسعود رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «من أصابته فَاقَة فأنْزَلها بالناس لم تُسَدَّ فَاقَتُهُ، ومن أنْزَلها بالله، فَيُوشِكُ الله له بِرزق عاجل أو آجل».
رواه أبو داود والترمذي وأحمد
รายงานจากท่านอับดุลเลาะ บิน มัซอูด เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "บาปที่ใหญ่ที่สุด คือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ความรู้สึกปลอดภัยจากอุบาย(การลงโทษ)ของอัลลอฮฺ การสิ้นหวังในความเมตตาของอัลลอฮฺ และการเบื่อหน่ายต่อความเมตตาของอัลลอฮฺ"
รายงานโดย อับดุรรอซซาก
รายงานจากท่านอับดุลเลาะฮฺ บิน อะกีม เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ พาดพิงถึงท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า "ผู้ใดที่แขวนสิ่งๆหนึ่ง (โดยหวังว่าสิ่งนั้นจะเป็นประโยชน์หรือสามารถป้องกันตัวเองได้) ดังนั้นอัลลอฮฺจะทรงทำให้คนๆ นั้นต้องพึ่งพาสิ่งนั้นตลอด"
รายงานโดย อัตติรมีซีย์ - รายงานโดย อะห์มัด
จากฏอริก บิน อะชีม อัลอัชญะอีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ใครที่กล่าว "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ" ความว่า (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพสักการะอย่างแท้จริงนอกจากอัลลอฮฺ) และปฏิเสธทุกสิ่งที่ถูกสักการะอื่นจากอัลลอฮฺ ทรัพย์สินและเลือดเนื้อของเขาจะเป็นที่ต้องห้าม และการคิดบัญชีที่มีต่อเขานั้นเป็นหน้าที่ของอัลลอฮฺ"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูมัรษัด อัลเฆาะนะวีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พวกท่านอย่าได้นั่งบนหลุมฝังศพ และอย่าได้ละหมาดด้วยการหันไปทางมัน"
บันทึกโดย มุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: ท่านหญิงอุมมุสะลามะฮ์ได้กล่าวถึงโบสถ์หลังหนึ่งแก่ท่านเราะซูลุลลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่นางได้เห็นในดินแดนอบิสซิเนีย มีชื่อเรียกว่ามาริยะฮ์ ดังนั้นนางจึงเล่าให้ท่านฟังถึงสิ่งที่นางได้เห็นในโบสถ์นั้น เกี่ยวกับรูปภาพต่างๆ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พวกเขาคือกลุ่มชนที่หากในหมู่พวกเขามีบ่าวที่ศอลิห์หรือคนศอลิห์เสียชีวิต พวกเขาก็จะสร้างมัสยิดบนหลุมศพของเขา และพวกเขาจะวาดภาพต่างๆ ในนั้น” พวกเขาคือกลุ่มชนที่ชั่วร้ายที่สุดสำหรับอัลลอฮ์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากมุอาซ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ฉันได้ขี่ลาซ้อนหลังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ซึ่งมีชื่อเรียกว่า อุฟายร์ ท่านได้กล่าวกับฉันว่า "โอ้มุอาซ ท่านทราบหรือไม่ว่าอะไรคือสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าวของพระองค์ และอะไรคือสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ " ฉันกล่าวว่า "อัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ทรงรู้ดีที่สุด" ท่านจึงกล่าวว่า "แท้จริงสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าว คือการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์ และสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ก็คือการที่พระองค์ไม่ลงโทษผู้ที่ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ด้วยสิ่งใดๆ " แล้วฉันได้กล่าวว่า "โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ จะให้ฉันนำเรื่องนี้บอกเล่าแก่ผู้คนไหม เพื่อเขาจะได้ดีใจกับมัน? "ท่านตอบว่า “ท่านอย่าได้บอกพวกเขา เพราะอาจทำให้พวกเขาพึ่งพาสิ่งนั้นเท่านั้น".
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : มีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วกล่าวว่า "โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ อะไรคือความแน่นอนของสองประการ? ท่านตอบว่า "ผู้ใดเสียชีวิตโดยที่เขาไม่ได้ตั้งภาคีใดๆ ต่ออัลลอฮ์ เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน และผู้ใดเสียชีวิตโดยที่เขาได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เขาจะได้เข้านรกอย่างแน่นอน"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า 3 ประการ และทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า 3 ประการ ทรงพอพระทัยแก่พวกเจ้า จาก: การทำอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ การไม่ตั้งภาคีใดๆ ต่อพระองค์และการที่พวกเจ้ายึดให้มั่นในสายเชือกของอัลลอฮ์อย่างพร้อมเพรียงกัน โดยไม่แตกแยก และพระองค์ทรงรังเกียจแก่พวกเจ้า การพูดว่า ‘เขากล่าวอย่างนั้นและเขากล่าวอย่างนี้’ (การพูดเรื่องซุบซิบนินทาหรือเรื่องไร้สาระ) การถามมากและการผลาญทรัพย์”
บันทึกโดย มุสลิม