Hadith for the World

All hadiths

The complete card collection, filter by chapter

655 hadiths

عن ابن مسعود رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «أيُّكم مالُ وارثِه أحَبُّ إليه من مالَه؟» قالوا: يا رسول الله، ما منَّا أحد إلا مَالُه أحَبُّ إليه. قال: «فإن مالَه ما قدَّم، ومالُ وارثِه ما أخَّر».رواه البخاري
จากท่านอับดุลลอฮ์ อิบนุอัมร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: แท้จริงท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “จงเผยแผ่จากฉัน แม้จะเพียงหนึ่งอายะฮ์ก็ตาม และจงรายงานจากบนีอิสรออีลและไม่ต้องกังวลใดๆ และผู้ใดโกหกต่อฉันโดยเจตนาก็จงเตรียมที่นั่งของเขาไว้ในไฟนรกเถิด”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: มีชาวชนบท​คนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แล้วกล่าว​ว่า​ ช่วยแนะนำการงาน​แก่ฉันหน่อย หากฉันกระทำมันแล้ว ฉันจะได้เข้าสวรรค์​ ท่านนบีก็กล่าวว่า "เจ้า​เคารพภักดี​ต่ออัลลอฮ์​โดยไม่ตั้งภาคีใดๆ กับพระองค์​ เจ้าดำรงการ​ละหมาด​ที่เป็นภาคบังคับ​ เจ้าจ่ายซะกาตที่เป็นภาคบังคับ​ และเจ้าถือศีลอดเดือนเราะมาฎอน" ชายคนนั้น​กล่าวว่า ขอสาบาน​ด้วยผู้​ที่ชีวิตฉันอยู่ในพระหัตถ์​ของพระองค์​ ฉันจะไม่เพิ่มการงาน​ใดมากกว่าที่กล่าวมา และเมื่อเขาจากไป ท่านนบีกล่าวว่า "ผู้ใดชอบที่จะดูชาวสวรรค์​ก็จงดูชายผู้นี้เถิด"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن سهل بن سعد الساعدي ـرضي الله عنه- قَالَ رَسُول اللَّه -صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم-: «لو كانت الدنيا تَعدل عند الله جَناح بَعوضة، ما سَقَى كافراً منها شَرْبَة ماء».رواه الترمذي
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ และท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ไม่ว่าจะมีสิ่งใดประสบกับมุสลิมจากความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด ความกังวล ความโศกเศร้า ภัยอันตราย และความทุกข์ยาก แม้กระทั่งหนามที่ตำเขา นอกจากอัลลอฮ์จะทรงลบล้างบาปของเขาด้วยเหตุผลนั้น”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "หน้าที่ของมุสลิมที่พึงมีต่อมุสลิมด้วยกันนั้น 5 ประการ คือ การตอบรับสลาม การเยี่ยมเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย การส่งศพไปยังหลุมฝังศพ การตอบรับคำเชิญ และการกล่าวดุอาอ์ให้แก่ผู้จาม"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي مسعود البدري رضي الله عنه قَال: قَالَ رَسُولُ اللَّه -صَلّى اللهُ عَلَيْهِ وسَلَّم-: «حُوسِب رجُل ممن كان قَبْلَكُمْ، فلم يُوجد له من الخَيْر شيء، إلا أنه كان يُخَالط الناس وكان مُوسِراً، وكان يأمُر غِلْمَانَه أن يَتَجَاوَزُوا عن المُعْسِر، قال الله عز وجل : نحن أحَقُّ بذلك منه؛ تَجَاوزُوا عنه».رواه مسلم
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "วันที่ดีที่สุดที่ดวงอาทิตย์ขึ้นคือวันศุกร์ ในวันนั้นอาดัมถูกสร้างขึ้น ถูกนำเข้าสู่สวรรค์ และในวันศุกร์เขาถูกขับออกจากสวรรค์ และวันกิยามะฮ์จะไม่เกิดขึ้น นอกจากในวันศุกร์"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "บางทีผู้ที่ผมสุดรุงรังและมักถูกผลักไปยังประตู หากเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ แน่นอนเขาจะได้รับการตอบรับจากพระองค์"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อัลลอฮ์ทรงเมตตาแก่ผู้ที่ใจกว้างเมื่อเขาได้ขาย เมื่อเขาได้ซื้อ และเมื่อเขาได้ถูกทวงถามในสิทธิ์"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศจริงๆ มีคนถามว่า ใครหรือ? โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า "สำหรับผู้ที่ทันได้อยู่กับพ่อแม่ของเขาไม่ว่าจะคนหนึ่งคนใดหรือทั้งสองก็ตามในยามที่ท่านทั้งสองได้แก่เฒ่า แต่สุดท้ายเขาจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์เลย"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ครั้งหนึ่ง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังเดินบนถนนสู่มักกะฮ์ และได้เดินผ่านภูเขาลูกหนึ่งมีชื่อว่า ญุมดาน ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า: "จงเดินไปยังรวดเร็ว นี่คือผู้เขาญุมดาน เหล่าอัลมุฟัรริดูนได้รุกหน้าไปแล้ว" พวกเขากล่าวว่า “อัลมุฟัรริดูนคืออะไรหรือโอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: "คือกลุ่มชายและหญิงที่มักจะระลึกถึงอัลลอฮ์อยู่เสมอ"บันทึกโดย มุสลิม
จากมะอ์ดาน บิน อบีฏอลหะฮ์ อัลยะอ์มะรีย์ กล่าวว่า: ฉันได้พบกับท่านเษาบาน คนรับใช้ของเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วฉันก็กล่าวว่า: โปรดบอกฉันเกี่ยวกับการงานใดสักอย่างหนึ่งที่ฉันทำแล้ว อัลลอฮ์จะทำให้ฉันเข้าสวรรค์? หรือเขากล่าวว่า: ฉันกล่าวว่า: การกระทำที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด จากนั้น เขาก็นิ่งเงียบ ฉันถามเขาต่อ แต่เขาก็นิ่งเงียบ จากนั้นฉันก็ถามเขาเป็นครั้งที่สาม และเขาก็กล่าวว่า ฉันถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับเรื่องนั้น และท่านเราะซูลุลลอฮ์กล่าวว่า: “เจ้าต้องสุญูดต่ออัลลอฮ์มากๆ เพราะแท้จริงเจ้าไม่สุญูดต่ออัลลอฮ์ครั้งใด นอกจากอัลลอฮ์จะทรงยกสถานะของเจ้าด้วยการสุญูดนั้นหนึ่งขั้น และทรงลบล้างบาปออกจากเจ้าด้วยเช่นกัน” มะอ์ดานกล่าวว่า: จากนั้นฉันก็ได้พบกับท่านอบูดัรดาอ์ และฉันได้ถามเขา แล้วเขากล่าวแก่ฉันเหมือนที่ท่านเษาบานได้กล่าวไว้บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إذا قَام أحَدُكُم من الليل، فَاسْتَعْجَمَ القرآن على لِسَانه، فلم يَدْرِ ما يقول، فَلْيَضْطَجِع».رواه مسلم
จากสะหัล เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริง ในสวรรค์นั้นมีประตูหนึ่งมีชื่อเรียกว่า อัร-ร็อยยาน ในวันกิยามะฮ์ผู้ถือศีลอดจะเข้าสวรรค์จากประตูนี้ ไม่มีผู้ใดเลยได้เข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา จะมีเสียงถามขึ้นมาว่า ‘ไหนเล่าบรรดาผู้ถือศีลอด?’ (เพื่อเรียกให้พวกเขาได้เข้าสวรรค์จากประตูนี้) แล้วพวกเขาก็จะยืนขึ้น ไม่มีผู้ใดสักคนได้เข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา เมื่อพวกเขาได้เข้าไปหมดแล้ว ประตูนี้ก็จะถูกปิด จึงไม่มีผู้ใดได้เข้าไปจากประตูนี้อีกนอกจากพวกเขา"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «كان داود -عليه السلام- لا يأكلُ إلا من عمل يده». وعن المقدام بن معد يكرب رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «ما أكل أحد طعاما قط خيرا من أن يأكل من عمل يده، وإن نبي الله داود صلى الله عليه وسلم كان يأكل من عمل يده».حديث أبي هريرة رضي الله عنه: رواه البخاري. حديث المقداد رضي الله عنه: رواه البخاري
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ชายคนหนึ่งได้ให้ผู้อื่นกู้หนี้ยืมสิน แล้วกล่าวกับคนของเขาว่า หากมีคนที่ลำบากมา ก็จงยกโทษให้พวกเขาไป หวังว่าอัลลอฮ์จะทรงยกโทษพวกเรา ดังนั้นเมื่อเขาก็ได้กลับไปหาอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ก็ทรงยกโทษเขา"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะจริงจังอย่างหนักในช่วงสิบคืนสุดท้ายในแบบที่เขาไม่เคยจริงจังอย่างหนักในครั้งอื่นใดบันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ฉันได้ยิน ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ประชาชาติของฉันทุกคนจะถูกให้อภัย เว้นแต่ผู้ที่กระทำบาปอย่างเปิดเผย และแท้จริง ส่วนหนึ่งของการเปิดเผย(บาป)นั้นก็คือ การที่ชายคนหนึ่งกระทำการงาน(บาป)หนึ่งในเวลากลางคืน หลังจากนั้น เขาตื่นเช้าขึ้นมาในสภาพที่อัลลอฮ์ได้ทรงปกปิดบาปนั้นให้แก่เขา แล้วเขา(ผู้กระทำบาปนั้น)ก็กล่าวว่า โอ้ท่าน ฉันได้กระทำ(บาป)อย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า เขาได้ใช้เวลาทั้งคืนในสภาพที่อัลลอฮ์ทรงปกปิดบาปของเขา และเขาตื่นเช้าขึ้นมาเปิดเผยความลับที่อัลลอฮ์ทรงปกปิดให้แก่เขา"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากสะอัด บิน อบี วักกอศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: เราอยู่กับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านกล่าวว่า: "มีอุปสรรคใดในหมู่พวกท่าน ที่ทำให้ไม่สามารถทำความดีนับพันครั้งได้ในทุกๆ วัน" จากนั้นผู้ซักถามคนหนึ่งจากผู้ฟังของเขาถามเขาว่า: คนใดคนหนึ่งในหมู่เรานั้นจะได้บุญนับพันครั้งได้อย่างไร? เขากล่าวว่า: “ให้ทำการกล่าวว่าตัสบีห์ (ซุบหานัลลอฮ์) ร้อยครั้ง เขาจะได้รับการจดบันทึกแก่เขาหนึ่งพันความดี หรือไม่บาปพันครั้งจะถูกลบล้างไปจากเขา”บันทึกโดย มุสลิม
عن ابن مسعود رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «لا حَسَدَ إلا في اثنتين: رجل آتاه الله مالا، فسَلَّطَه على هَلَكَتِهِ في الحَقِّ، ورجل آتاه الله حِكْمَة، فهو يقضي بها ويُعَلِّمَها». وعن ابن عمر رضي الله عنهما ، عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «لا حسد إلا في اثنتين: رجل آتاه الله القرآن، فهو يقوم به آناء الليل وآناء النهار، ورجل آتاه الله مالا، فهو ينفقه آناء الليل وآناء النهار».حديث ابن مسعود رضي الله عنه: متفق عليه. حديث ابن عمر رضي الله عنه: متفق عليه
عن أبي هريرة ـ رضي الله عنه ـ قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «لا يَلِجُ النارَ رجُل بَكى من خشية الله حتى يَعود اللَّبنُ في الضَّرْع، ولا يَجتمع غُبَارٌ في سبيل الله وَدُخَانُ جهنم».رواه الترمذي والنسائي وأحمد
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวสามวันก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า "ผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าอย่าได้ตายเป็นอันขาด เว้นแต่เขาจะคิดดีต่ออัลลอฮ์"บันทึกโดย มุสลิม
จากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “การที่คนๆ หนึ่งเอาเชือกไปมัดฟืนแล้วแบกใส่หลังเพื่อนำไปขาย ซึ่งอัลลอฮ์ทรงให้เขามีความพอเพียงที่ได้ดำรงชีวิตจากอาชีพขายฟืนนั้น ย่อมเป็นความดีสำหรับเขายิ่งกว่าการที่เขาจะไปขอจากผู้อื่น เพราะมนุษย์นั้น บางทีก็ให้ บางทีก็ไม่ให้”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์