Hadith for the World
ฟิกฮุ อิบาดะฮฺ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮ์)

การญิฮาด

17 hadiths

17 hadiths

عن فَضَالَةُ بنُ عُبَيْدٍ وسلمان الفارسي وعقبة بن عامر الجهني رضي الله عنهم مرفوعاً: «كُلُّ مَيِّتٍ يُخْتَمُ على عَمَلِهِ إلا الُمرَابِطَ في سبيل الله، فإنه يَنْمِي لَهُ عَمَلَهُ يوم القيامة، ويُؤَمَّنُ فتنة القبر».رواه أبو داود والترمذي وأحمد من حديث فضالة -رضي الله عنه
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "เมื่ออัลลอฮ์ทรงรวบรวมผู้คนในยุคแรกและยุคหลังไว้ในวันกิยามะฮ์ จะถูกยกธงขึ้นสำหรับผู้ทรยศทุกคน และจะมีการกล่าวว่า: นี่คือการทรยศของคนนั้น ลูกของคนนั้น"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ในการทำสงครามของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ครั้งหนึ่งนั้นได้พบผู้หญิงคนหนึ่งถูกสังหาร ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมจึงประณามการฆ่าผู้หญิงและเด็กบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عبد الله بن أبي أوفى رضي الله عنه أَنَّ رسول الله صلى الله عليه وسلم فِي بَعْض أَيَّامه التي لَقِي فيها العدو انتظر، حتى إذا مَالَتِ الشمس قام فِيهم، فقال: «أَيُّها الناس، لا تَتَمَنَّوْا لِقَاء الْعَدُوِّ، وَاسْأَلوا الله الْعافية فَإِذا لَقِيتموهم فَاصْبِرُوا، وَاعلموا أَنَّ الْجَنَّة تحت ظِلال السُّيوف ثُمَّ قَال النَّبِي صلى الله عليه وسلم: اللهمَّ مُنزِلَ الْكتاب، وَمُجْرِيَ السَّحاب، وَهازم الأَحْزاب: اهْزِمهم، وَانصُرنا علَيهم».متفق عليه
จากซะฮัล บิน สะอัด อัซซาอิดีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "การเป็นยามหนึ่งวันในหนทางแห่งอัลลอฮ์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น และสถานที่แห่งแส้ของเจ้าในสวรรค์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น และการเดินทางในยามเช้ายังเย็นของบ่าวในหนทางแห่งอัลลอฮ์ หรือ ในเวลาเย็นยังเช้านั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮู กล่าวว่า: “ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยถูกถามถึงคนที่ต่อสู้เพื่อแสดงความกล้าหาญ ต่อสู้เพราะความแค้น และเพื่อแสดงความโอ้อวด แล้วคนไหนที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์?” ท่านเราะซูลุลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ผู้ที่ต่อสู้เพื่อให้พระวจนะของอัลลอฮ์เป็นที่สูงส่ง เขาคือผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم : «ما من مَكْلُومٍ يُكْلَمُ في سبيل الله، إلا جاء يومَ القيامة، وكَلْمُهُ يَدْمَى: اللَّونُ لَوْنُ الدَّمِ، والرِّيحُ رِيحُ المِسْكِ».متفق عليه
عن عَبْد اللهِ بن أبي أوفى رضي الله عنهما قال: «غَزَوْنَا مَعَ رَسُولِ الله صلى الله عليه وسلم سَبْعَ غَزَوَاتٍ، نَأْكُلُ الْجَرَادَ».متفق عليه
จาก ซัยด์ บิน คอลิด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดได้จัดเตรียมเสบียงให้แก่นักรบในหนทางของอัลลอฮ์ก็เท่ากับเขาได้ออกสงคราม และผู้ใดที่อยู่ข้างหลังนักรบในหนทางของอัลลอฮ์ด้วยความดีงามก็เท่ากับเขาได้ออกสงคราม”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عبد الله بن عمرو بن العاص رضي الله عنهما أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «يَغْفِرُ الله للشَّهيد كُلَّ شيءٍ إلا الدَّين». وفي رواية له: «القَتْل في سَبِيل الله يُكَفِّر كلَّ شيءٍ إلا الدَّين».رواه مسلم
عن أبي هريرة ـ رضي الله عنه ـ قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «لا يَلِجُ النارَ رجُل بَكى من خشية الله حتى يَعود اللَّبنُ في الضَّرْع، ولا يَجتمع غُبَارٌ في سبيل الله وَدُخَانُ جهنم».رواه الترمذي والنسائي وأحمد
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «مَا يَجِدُ الشَّهيد من مَسِّ القتل إلا كما يَجِدُ أَحَدُكُمْ من مَسِّ القَرْصَةِ».رواه الترمذي وابن ماجه والنسائي والدارمي وأحمد
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قيل: يا رسول الله، ما يعدل الجهاد في سبيل الله؟ قال: «لا تستطيعونه» فأعادوا عليه مرتين أو ثلاثًا كل ذلك يقول: «لا تستطيعونه»! ثم قال: «مثل المجاهد في سبيل الله كمثل الصائم القائم القانت بآيات الله لا يَفْتُرُ من صيام، ولا صلاة، حتى يرجع المجاهد في سبيل الله». وفي رواية البخاري: أن رجلاً قال: يا رسول الله، دلني على عمل يعْدِلُ الجهاد؟ قال: «لا أجده» ثم قال: «هل تستطيع إذا خرج المجاهد أن تدخل مسجدك فتقوم ولا تفتر، وتصوم ولا تفطر»؟ فقال: «ومن يستطيع ذلك؟!»متفق عليه، والرواية الثانية للبخاري
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “โอ้ อบูสะอีด ผู้ใดที่พอใจกับอัลลอฮ์ในฐานะพระเจ้าของเขา อิสลามเป็นศาสนาของเขา และมูฮัมหมัดในฐานะศาสดาของเขา สวรรค์ย่อมเป็นที่แน่ชัดสำหรับเขา” ดังนั้น อบูสะอีด จึงประหลาดใจกับสิ่งนี้ เขาจึงกล่าวว่า จงกล่าวให้แก่ฉันอีกครั้งเถิด โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ เขาก็ทำเช่นนั้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า: “และอีกเรื่องหนึ่งซึ่งบ่าวคนหนึ่งจะถูกยกระดับของเขานับร้อยระดับในสวรรค์โดยความห่างระหว่างทุกสองระดับนั้น ราวฟ้ากับดิน" เขาจึงถามว่า: อะไรหรือโอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เอ่ย? ท่านนบีตอบว่า: “การญิฮาดเพื่อพระเจ้า การญิฮาดเพื่อพระเจ้า”บันทึกโดย มุสลิม
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่มีวันใดๆ ที่การงานที่ดีจะเป็นที่ชื่นชอบที่สุดสำหรับอัลลอฮฺมากกว่าในวันเหล่านี้ (หมายถึงสิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮ์)” เหล่าบรรดาเศาะหาบะฮ์ได้ถามท่านวา “แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?” ท่านตอบว่า “ใช่ แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ เว้นแต่ผู้ที่ออกไปรบด้วยตัวเขาและทรัพย์สินของเขา โดยที่เขาไม่กลับมาอีกเลย (เสียชีวิตในสมรภูมิ) ”บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และอบูดาวูด และสำนวนเป็นของท่าน
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «من مات ولم يَغْزُ، ولم يُحدث نفسه بالغزو، مات على شُعْبَةٍ من نِفَاقٍ»رواه مسلم
عن عمرو بن شعيب، عن أبيه، عن جده قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «يَدُ المسلمين على مَن سِواهم، تَتَكافَأُ دِماؤهم وأموالُهم، ويُجِيرُ على المسلمين أدْناهم، ويَرُدُّ على المسلمين أَقْصَاهم».رواه أبو داود وابن ماجه وأحمد