Hadith for the World
ความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยามารยาท

มารยาทที่น่าตำหนิ

21 hadiths

21 hadiths

จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "เมื่ออัลลอฮ์ทรงรวบรวมผู้คนในยุคแรกและยุคหลังไว้ในวันกิยามะฮ์ จะถูกยกธงขึ้นสำหรับผู้ทรยศทุกคน และจะมีการกล่าวว่า: นี่คือการทรยศของคนนั้น ลูกของคนนั้น"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูบักเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เอาไหมฉันจะบอกแก่พวกเจ้าถึงสิ่งที่เป็นบาปใหญ่ที่สุดในบรรดาบาปใหญ่ทั้งหลาย?" ท่านพูดซ้ำสามครั้ง พวกเขากล่าวว่า: แน่นอน โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แล้วท่านก็กล่าวว่า: "คือการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การเนรคุณต่อพ่อแม่" แล้วท่านก็ลุกขึ้นนั่งจากที่ท่านเอนกาย แล้วกล่าวว่า "พึงรู้เถิด และการกล่าวเท็จ ท่านได้กล่าวคำกล่าวนี้ซ้ำหลายครั้ง จนเราหวังอยากให้ท่านเงียบบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «أتدرون من المفلس؟» قالوا: المُفْلِس فينا من لا دِرهَمَ له ولا مَتَاع، فقال: «إن المفلس من أمتي من يأتي يوم القيامة بصلاة وصيام وزكاة، ويأتي وقد شَتَمَ هذا، وقذف هذا، وأكل مال هذا، وسَفَكَ دم هذا، وضرب هذا، فيعطى هذا من حسناته، وهذا من حسناته، فإن فنيت حسناته قبل أن يُقْضَى ما عليه، أخذ من خطاياهم فَطُرِحتْ عليه، ثم طُرِحَ في النار».رواه مسلم
จากท่านอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "พวกเจ้าจงออกห่างจากเจ็ดสิ่งอันตรายที่จะนำมาซึ่งความพินาศ" บรรดาเศาะฮาบะฮ์ถามว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ สิ่งเหล่านั้นคืออะไร? ท่านนบีกล่าวว่า: "การตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ การทำไสยศาสตร์ การฆ่าชีวิตที่อัลลอฮ์ทรงห้ามยกเว้นการฆ่าที่เป็นที่อนุมัติ การกินดอกเบี้ย การกินทรัพย์สินเด็กกำพร้า การหนีจากสนามรบ และการใส่ร้ายหญิงบริสุทธิ์ว่าผิดประเวณี".บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากสุไลมาน บิน ศุร็อด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันกำลังนั่งอยู่กับท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และชายสองคนกำลังด่าทอกัน หนึ่งในนั้นหน้าแดงและเส้นเลือดของเขาบวม ดังนั้นท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ฉันรู้คำหนึ่ง หากเขาอ่านคำนี้ ความรู้สึกโกรธของเขาก็จะหมดไป ถ้าเขากล่าวว่า "ฉันขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าให้พ้นจากซาตาน" ความรู้สึกโกรธของเขาก็จะหมดไปจากเขา" พวกเขาจึงกล่าวแก่เขาว่า แท้จริงแล้วท่านศาสดาศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ท่านจงขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าจากซาตาน” จากนั้นเขาก็พูดว่า: ฉันเป็นบ้าไปแล้วหรือ?บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "หากลูกหลานของอาดัมมีทรัพย์สมบัติสองหุบเขา เขาก็ปรารถนาหุบเขาแห่งที่สาม และไม่มีสิ่งใดอิ่มท้องของลูกหลานอาดัมได้นอกจากฝุ่นผง และพระผู้เป็นเจ้าทรงหันไปหาผู้ที่กลับใจใหม่"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن ابن عمر رضي الله عنهما مرفوعا: «الظلم ظلمات يوم القيامة». عن جابر رضي الله عنهما مرفوعا: «اتقوا الظلم، فإن الظلم ظلمات يوم القيامة، واتقوا الشُّحَ؛ فإنه أَهْلَكَ من كان قبلكم».حديث ابن عمر -رضي الله عنهما-: متفق عليه. حديث جابر -رضي الله عنه-: رواه مسلم
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "จงห่างไกลจากการสงสัย เพราะแท้จริงแล้ว การสงสัยเป็นคำพูดที่โกหกที่สุด และอย่าสอดรู้สอดเห็น อย่าสอดแนม อย่าอิจฉากัน และอย่าหันหลังให้แก่กัน และอย่าเกลียดชังกัน และจงเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ด้วยความเป็นพี่น้องกัน”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บินมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "การด่าทอมุสลิมนับเป็นการละเมิด และการรบราฆ่าฟันกันนับเป็นการปฏิเสธศรัทธา"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عبد الله بن عمرو بن العاص رضي الله عنهما أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «من الكبائر شَتْمُ الرجل والديه» قيل: وهل يسبّ الرجل والديه؟ قال: «نعم، يسبّ أبا الرجل فيسبّ أباه، ويسبّ أمّه، فيسبّ أمّه».متفق عليه
จากอาอีชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริงบุคคลที่อัลลอฮ์ทรงกริ้วที่สุดคือ ผู้ที่ชอบโต้เถียงกันอย่างรุนแรง”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู อัดดัรดาอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริงผู้ที่ชอบสาปแช่ง จะไม่ได้เป็นพยานหรือผู้ช่วยเหลือ (คนอื่น) ในวันกิยามะฮ์"บันทึกโดย มุสลิม
จากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พวกเจ้าพึงระวังการอธรรม เพราะการอธรรมนั้นเป็นความมืดมนในวันกิยามะฮ์ และพวกเจ้าพึงระวังความโลภ เพราะความโลภได้ทำให้ชนรุ่นก่อนหน้าพวกเจ้าประสบความวิบัติมาแล้ว โดยได้นำพาพวกเขาไปสู่การนองเลือดและได้ให้พวกเขาอนุมัติในสิ่งที่ต้องห้ามต่างๆ ของพวกเขา"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงอัลลอฮ์จะประวิงเวลาให้กับผู้ที่อธรรม จนเมื่อพระองค์จัดการกับเขา พระองค์จะไม่ให้เขาเล็ดลอดไปได้" จากนั้นท่านนบีได้อ่านโองการที่ว่า : {และเช่นนี้แหละคือการลงโทษของพระผู้อภิบาลของเจ้า เมื่อพระองค์ทรงลงโทษหมู่บ้านซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อธรรม แท้จริงการลงโทษของพระองค์นั้นเจ็บแสบสาหัส} [ซูเราะฮ์ฮูด : 102]บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعًا: «بينما رجل يمشي في حُلَّةٍ تُعْجِبُهُ نَفْسُهُ، مُرَجِّلٌ رأسه، يَخْتَالُ في مَشْيَتهِ، إذ خَسَفَ اللهُ به، فهو يَتَجَلْجَلُ في الأرض إلى يوم القيامة".متفق عليه
عن عبد الله بن مسعود رضي الله عنه عن النبيِّ صلى الله عليه وسلم ، قَالَ: «لا يدخلُ الجنةَ مَن كان في قلبه مِثقال ذرةٍ من كِبر» فقال رجل: إنّ الرجلَ يحب أن يكون ثوبه حسنا، ونَعله حسنة؟ قال: «إنّ الله جميلٌ يحب الجمالَ، الكِبر: بَطَرُ الحق وغَمْطُ الناس».رواه مسلم
จากซะมูเราะฮ์ อิบนุ ญุนดุบ และอัลมุฆีเราะฮ์ อิบนุ ชุอ์บะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดอ้างรายงานจากฉัน ด้วยหะดีษใดที่ถูกมองว่ามันเป็นเท็จ เขาก็คือหนึ่งจากสองที่ร่วมกันกล่าวเท็จ"บันทึกโดย มุสลิมในบทนำหนังสือเศาะเฮียะของท่าน
จากฮิชาม บิน หะกีม บิน ฮิซาม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เขาได้เดินผ่านคนบางคนจากชาวอันบาฎ ณ.เมื่องชาม โดยที่พวกเขายืนตากแดดอยู่ และเขาถามว่า: เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? พวกเขากล่าวว่า: พวกเขาถูกลงโทษเพราะภาษีญิซยาฮ์ และท่านฮิชาม กล่าวว่า: ฉันขอยืนยันว่า ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "แท้จริงพระเจ้าจะลงโทษผู้ที่ทรมานผู้คนในโลกนี้"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูซะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ชายห้ามมองดูเอาเราะฮ์ (อวัยวะพึงสงวน) ของผู้ชายด้วยกัน และผู้หญิงก็ห้ามมองดูเอาเราะฮ์ (อวัยวะพึงสงวน) ของผู้หญิงด้วยกัน และผู้ชายห้ามนอนเปลือยกายร่วมกับผู้ชายในผ้าห่มผืนเดียวกัน และผู้หญิงก็ห้ามนอนเปลือยกายร่วมกับผู้หญิงในผ้าห่มผืนเดียวกัน"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ใครก็ตามที่พูดเท็จเกี่ยวกับฉันโดยเจตนา ดังนั้นเขาจงเตรียมที่นั่งของเขาในนรก"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
أَنَّ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَرَّ عَلَى صُبْرَةِ طَعَامٍ فَأَدْخَلَ يَدَهُ فِيهَا، فَنَالَتْ أَصَابِعُهُ بَلَلًا فَقَالَ: «مَا هَذَا يَا صَاحِبَ الطَّعَامِ؟» قَالَ أَصَابَتْهُ السَّمَاءُ يَا رَسُولَ اللهِ، قَالَ: «أَفَلَا جَعَلْتَهُ فَوْقَ الطَّعَامِ كَيْ يَرَاهُ النَّاسُ؟ @مَنْ غَشَّ فَلَيْسَ مِنِّي».رواه مسلم