TH
Topic
ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์
288 hadiths
ฟิกฮุ อิบาดะฮฺ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮ์)
231
ฟิกฮ์ มุอามะลาต (ฟิกฮฺ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม)
17
ฟิกฮ์ อุสเราะฮ์ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว)
24
การแพทย์และการให้ยา,การเป่ารักษาตามหลักศาสนา
9
อาหารและเครื่องดื่ม
5
ความผิดฐานฆ่าหรือทำร้ายร่างกาย
1
บทลงโทษ
4
หลักนิติศาสตร์อิสลาม
4
288 hadiths
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «من مات ولم يَغْزُ، ولم يُحدث نفسه بالغزو، مات على شُعْبَةٍ من نِفَاقٍ»
رواه مسلم
จากอบูมัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เมื่อชายคนหนึ่งใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวของเขาเพื่อหวังในผลบุญ ดังนั้นการกระทำของเขานั้นถือเป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง "
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอะดีย์ บิน หาติม เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ไม่มีใครในหมู่พวกท่านทั้งหลายนอกจากจะต้องพูดคุยกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีการแปลความหมายระหว่างเขากับพระองค์ โดยเขาจะมองไปทางขวาเขาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้า(ที่เป็นการงานที่ดี) และจะมองไปทางซ้ายและไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้า(ที่เป็นการงานที่ชั่ว) และจะมองไปข้างหน้าตนเองและไม่เห็นสิ่งใดนอกจากไฟนรกที่รออยู่ตรงหน้าเขา ดังนั้นจงป้องกันตนจากไฟนรก แม้เพียงแค่ด้วยการบริจาคลูกอินทผลัมเพียงครึ่งเม็ด”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عائشة رضي الله عنها قالت: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «مَنْ أحَبَّ لِقَاءَ اللهِ أَحَبَّ اللهُ لِقَاءهُ، وَمَنْ كَرِهَ لِقَاءَ اللهِ كَرِهَ اللهُ لِقَاءهُ» فقلتُ: يا رسولَ اللهِ، أكَراهِيَةُ المَوتِ، فَكُلُّنَا نَكْرَهُ المَوتَ؟ قال: «لَيْسَ كَذَلِكَ، ولكِنَّ المُؤْمِنَ إذَا بُشِّرَ بِرَحْمَةِ اللهِ وَرِضْوَانِهِ وَجَنَّتِهِ أَحَبَّ لِقَاءَ اللهِ فَأَحَبَّ اللهُ لِقَاءهُ، وإنَّ الكَافِرَ إذَا بُشِّرَ بِعَذابِ اللهِ وَسَخَطهِ كَرِهَ لِقَاءَ اللهِ وكَرِهَ اللهُ لِقَاءهُ».
رواه مسلم، ورواه البخاري عن عائشة -رضي الله عنها- في ضمنه حديث عن عبادة بن الصامت-رضي الله عنه-. رواه عن أبي موسى -رضي الله عنه- مختصرا
عن علي بن أبي طالب رضي الله عنه أنَّ رسولَ الله صلى الله عليه وسلم كان إذا قامَ إلى الصلاة، قال: «وَجَّهتُ وجهي للذي فطر السماوات والأرض حنيفًا، وما أنا من المشركين، إنَّ صلاتي، ونُسُكي، ومَحياي، ومماتي لله رب العالمين، لا شريك له، وبذلك أُمِرتُ وأنا من المسلمين، اللهمَّ أنت المَلِك لا إله إلَّا أنت، أنت ربي، وأنا عبدك، ظلمتُ نفسي، واعترفتُ بذنبي، فاغفر لي ذنوبي جميعًا، إنه لا يغفر الذنوب إلا أنت، واهدني لأحسن الأخلاق لا يهدي لأحسنها إلا أنت، واصرف عني سيئَها لا يصرف عني سيئها إلا أنت، لبَّيْك وسَعْدَيْك، والخيرُ كله في يديك، والشر ليس إليك، أنا بك وإليك، تباركتَ وتعاليتَ، أستغفرك وأتوب إليك»، وإذا ركع، قال: «اللهمَّ لك ركعتُ، وبك آمنتُ، ولك أسلمتُ، خشع لك سمعي، وبصري، ومُخِّي، وعظمي، وعَصَبي»، وإذا رفع، قال: «اللهم ربنا لك الحمد مِلءَ السماوات، ومِلءَ الأرض، ومِلءَ ما بينهما، ومِلءَ ما شئتَ من شيء بعد»، وإذا سجد، قال: «اللهم لك سجدتُ، وبك آمنتُ، ولك أسلمتُ، سجد وجهي للذي خلقه، وصوَّره، وشقَّ سمعَه وبصرَه، تبارك الله أحسنُ الخالقين»، ثم يكون من آخر ما يقول بين التشهُّد والتسليم: «اللهم اغفر لي ما قدَّمتُ وما أخَّرتُ، وما أسررتُ وما أعلنتُ، وما أسرفتُ، وما أنت أعلم به مني، أنت المُقَدِّم وأنت المؤَخِّر، لا إله إلا أنت».
رواه مسلم
عن ابن عباس رضي الله عنهما كان النبيُّ صلى الله عليه وسلم إذا تَهَجَّد من الليل قال: «اللهم ربَّنا لك الحمدُ، أنت قَيِّمُ السموات والأرض، ولك الحمدُ أنت ربُّ السموات والأرض ومَن فيهنَّ، ولك الحمدُ أنت نورُ السموات والأرض ومن فيهنَّ، أنت الحقُّ، وقولُك الحقُّ، ووعدُك الحقُّ، ولقاؤك الحقُّ، والجنةُ حقٌّ، والنارُ حقٌّ، والساعةُ حقٌّ، اللهم لك أسلمتُ، وبك آمنتُ، وعليك توكَّلتُ، وإليك خاصمتُ، وبك حاكمتُ، فاغفر لي ما قدَّمتُ وما أخَّرتُ، وأسررتُ وأعلنتُ، وما أنت أعلم به مني، لا إلهَ إلا أنت».
متفق عليه
عن عائشة رضي الله عنها مرفوعاً: «ما مِن يومٍ أكثر مِن أنْ يُعْتِقَ اللهُ فيه عبدًا مِن النارِ، مِن يومِ عرفة، وإنَّه ليدنو، ثم يُباهي بهم الملائكةَ، فيقول: ما أراد هؤلاء؟».
رواه مسلم
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “เมื่อคนใดในหมู่พวกท่านตื่นจากการนอนของเขา เขาจงสูดน้ำเข้าจมูกเเล้วสั่งออก 3 ครั้ง เพราะเเท้จริงชัยฏอนมันนอนในโพรงจมูกของเขา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
ละกีฎ บิน ศ็อบเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันเคยเป็นผู้แทนของเผ่าบนีอัลมุนตะฟิก หรืออยู่ในคณะผู้แทนของเผ่าบนีอัลมุนตะฟิกที่ไปยังท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: เมื่อพวกเราเดินทางไปถึงท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เราไม่พบท่านที่บ้าน แต่เราได้พบกับท่านหญิงอาอิชะฮฺ มารดาของผู้ศรัทธา ท่านหญิงก็สั่งให้เตรียมอาหารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า คอซีเราะฮฺ ให้พวกเรา และอาหารก็ถูกปรุงให้เรา จากนั้นมี กิณาอ์ คือถาดที่มีอินทผลัมอยู่ ถูกนำมาให้เรา ต่อมาท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็มาถึง และท่านกล่าวว่า: “พวกท่านได้รับอะไรบ้างหรือ? หรือมีใครสั่งให้อะไรแก่พวกท่านไหม?” พวกเราตอบว่า: “ใช่ครับ โอ้ท่านรอซูลของอัลลอฮฺ” ระหว่างที่พวกเรานั่งอยู่กับท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คนเลี้ยงแกะได้ต้อนฝูงแกะกลับมายังคอกแกะ และในจำนวนนั้นมีลูกแกะตัวหนึ่งที่กำลังร้องเสียงดัง ท่านจึงกล่าวว่า: “คุณครับ มันเพิ่งคลอดอะไรหรือ?” เขาตอบว่า“คลอดลูกแกะตัวหนึ่งครับ” ท่านจึงกล่าวว่า: “งั้นจงเชือดแกะตัวหนึ่งแทนมันให้เราสิ” แล้วท่านกล่าวต่อว่า:“เจ้าอย่าได้คิดว่าเราเชือดมันเพราะ(เป็นการให้เกียรติ) แก่เจ้านะ (แท้จริงเราเชือด) เพราะเรามีแกะอยู่ร้อยตัว และเราไม่ต้องการให้มันเพิ่มจำนวน โดยที่เมื่อคนเลี้ยงสัตว์ทำให้สัตว์คลอดลูก เราก็เชือดแกะหนึ่งตัวแทนมัน” ฉันจึงกล่าวว่า: “โอ้ท่านรอซูลของอัลลอฮฺ ฉันมีภรรยาคนหนึ่ง แต่เธอมีลิ้นที่ไม่ดี (หมายถึงพูดจาหยาบคาย)”ท่านกล่าวว่า:“งั้นเจ้าก็หย่ากับเธอเถิด” ฉันกล่าวว่า:“โอ้ท่านรอซูลของอัลลอฮฺ แต่เธอมีความดีต่อฉัน และฉันก็มีลูกกับเธอ”ท่านกล่าวว่า: “ก็จงตักเตือนนางเถิด หากในตัวนางยังมีความดีอยู่ นางก็จะทำตาม และอย่าเฆี่ยนนางราวกับเฆี่ยนทาสของเจ้า” ฉันจึงกล่าวว่า: “โอ้ท่านรอซูลของอัลลอฮฺ โปรดบอกฉันเกี่ยวกับการอาบน้ำละหมาด”ท่านกล่าวว่า:“จงอาบน้ำละหมาดให้ทั่วถึง และจงซอกซอนระหว่างนิ้วมือ และสูดน้ำเข้าจมูกให้ลึก เว้นแต่ในขณะที่เจ้าอยู่ในสภาพถือศีลอด”
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ อันนะซาอีย์ และอิบนุมาญะฮ์
عن عائشة رضي الله عنها أن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «الحُمَّى من فَيْحِ جهنم فأبردوها بالماء».
متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «من قتل وَزَغَةً فِي أَوَّلِ ضَرْبَةٍ فله كذا وكذا حسنة، ومن قتلها في الضَّرْبَةِ الثانية فله كذا وكذا حسنة دون الأولى، وإن قتلها في الضربة الثالثة فله كذا وكذا حسنة». وفي رواية: «من قتل وَزَغًا في أول ضربة كتب له مائة حسنة، وفي الثانية دون ذلك، وفي الثالثة دون ذلك».
رواه مسلم
عن أبي الأسود، قال: قَدِمْتُ المدينة، فَجَلَسْتُ إلى عمر بن الخطاب رضي الله عنه فَمَرَّتْ بهم جَنازة، فَأُثْنِيَ على صاحِبِها خيراً، فقال عمر: وجَبَتْ، ثم مَرَّ بأُخْرَى فَأُثْنِيَ على صاحِبِها خيراً، فقال عمر: وجَبَتْ، ثم مَرَّ بالثالثة، فَأُثْنِيَ على صاحِبِها شَرَّا، فقال عمر: وجَبَتْ، قال أبو الأسود: فقلت: وما وجَبَتْ يا أمير المؤمنين؟ قال: قلت كما قال النبي صلى الله عليه وسلم : «أيُّما مُسلم شَهِد له أربعة بخير، أدخله الله الجنة» فقلنا: وثلاثة؟ قال: «وثلاثة» فقلنا: واثنان؟ قال: «واثنان» ثم لم نَسْأَلْهُ عن الواحد.
رواه البخاري
عن أبي سعيد الخُدْرِي رضي الله عنه قال: جاءت امرأة إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم فقالت: يا رسول الله، ذهب الرجال بِحَدِيثِكَ، فاجْعَل لنَا من نَفْسِك يومًا نَأتِيكَ فيه تُعَلِّمُنَا مما عَلَّمَكَ الله، قال: «اجْتَمِعْنَ يَوَم كَذَا وكَذَا» فَاجْتَمَعْنَ، فأتَاهُنَّ النبي صلى الله عليه وسلم فَعَلَّمَهُنَّ مما عَلَّمَهُ الله، ثم قال: «ما مِنْكُنَّ من امرأة تُقَدِّمُ ثَلاَثَة من الولد إلا كانوا حِجَابًا من النَّارِ» فقالت امرأة: واثنين؟ فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «واثنين».
متفق عليه
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่งผู้ชายที่แต่งกายเหมือนผู้หญิง และผู้หญิงที่แต่งกายเหมือนผู้ชาย
บันทึกโดย อันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอ อิบนุมาญะฮ์ด้วยความหมายทำนองเดียวกัน และอะห์มัด
عن ابن عمر رضي الله عنهما قال: رأى رسول الله صلى الله عليه وسلم صبيًّا قد حُلِق بعض شعر رأسه وترك بعضه، فنهاهم عن ذلك، وقال: «احلقوه كله، أو اتركوه كله».
رواه أبو داود والنسائي في الكبرى
จากอุมมุซะละมะห์ มารดาของผู้ศรัทธา ภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่เขามีสัตว์พลีที่จะเชือดทำอุฎฮียะฮ์ เมื่อเขาเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลฮิจญะห์แล้ว ดังนั้นเขาจงอย่าได้ตัดผม(ขน) อย่าตัดเล็บของเขาจนกว่า จะเชือดสัตว์พลีของเขาเสร็จ"
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي قتادة رضي الله عنه : أنه سمع رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول: «إيَّاكُمْ وكَثْرَةَ الحَلِفِ في البيع، فإنه يُنَفِّقُ ثم يَمْحَقُ».
رواه مسلم
จากอบู สะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปยังสถานที่ละหมาดในช่วงวันอีฎิ้ลอัดฮาหรือวันอีดิลฟิฏริ และเขาได้เดินผ่านบรรดาผู้หญิง แล้วกล่าวว่า : “โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี ฉันไม่เคยเห็นผู้มีสติปัญญาน้อยและศาสนาน้อยใดที่สามารถทำให้ผู้ชายที่มีความเด็ดขาดหลงใหลได้เท่ากับพวกเธอ” พวกนางถามต่อว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ การบกพร่องทางศาสนาและสติปัญญาของพวกเราเป็นเช่นใดหรือ? ท่านตอบว่า: "ก็การเป็นพยานของหญิงคนหนึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งในการเป็นพยานของผู้ชายไม่ใช่หรือ?" พวกนางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางสติปัญญา และหญิงมีเลือดประจำเดือนนั้นไม่ต้องละหมาดและไม่ต้องถือศีลอดมิใช่หรือ?” นางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางศาสนาของนาง”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุมมุอะฏียะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา โดยที่นางได้เคยให้สัตยาบันกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นางกล่าวว่า: "พวกเราเคยไม่ถือว่าสีขุ่นและสีเหลืองที่(หลั่งออกมา)หลังจากหมดประจำเดือนแล้ว เป็นเลือดประจำเดือนแต่อย่างใด"
บันทึกโดย อบูดาวูดด้วยสำนวนนี้ และบันทึกโดยอัลบุคอรีย์ไม่มีสำนวน (หลังจากสะอาด)
عن حذيفة رضي الله عنه مرفوعًا: «فُضِّلْنَا على الناس بِثَلاث: جُعِلَت صُفُوفَنا كصفُوف الملائِكة، وجُعلت لنَا الأرض كُلُّها مسجدا، وجُعلت تُرْبَتُهَا لنا طَهُورا، إذا لم نَجِد الماء. وذَكر خِصْلَة أُخرى».
رواه مسلم
عن سمرة رضي الله عنه مرفوعاً: «من توضَّأَ يوم الجُمعة فَبِهَا ونِعْمَتْ، ومن اغْتَسَل فهو أفْضَل».
رواه أبو داود والترمذي والنسائي وابن ماجه والدارمي وأحمد
รายงานจากอัมรุ บิน ซุลัยม์ อัลอันศอรีย์ กล่าวว่า: ฉันเป็นพยานในสิ่งที่อบูซะอีดได้กล่าวว่า: ฉันเป็นพยานในสิ่งที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า: "การอาบน้ำในวันศุกร์เป็นสิ่งจำเป็น(วาญิบ)สำหรับผู้ที่บรรลุศาสนบัญญัติทุกคน และให้เขาทำความสะอาดฟันและใส่น้ำหอม หากเขามี(น้ำหอม)"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي بكرة -ضي الله عنه- مرفوعاً: «إِنَّ الزمانَ قَدِ اسْتَدَارَ كَهَيْئَتِهِ يَوْمَ خَلَقَ اللهُ السَّمَاوَاتِ والأَرْضَ: السنةُ اثنا عَشَرَ شَهْرًا، منها أربعةٌ حُرُمٌ: ثلاثٌ مُتَوَالِيَاتٌ: ذُو القَعْدَةِ، وذُو الحَجَّةِ، والمحرمُ، ورَجَبُ مُضَرَ الذي بين جُمَادَى وشَعْبَانَ، أَيُّ شَهْرٍ هَذَا؟» قلنا: اللهُ ورسولُهُ أَعْلَمُ، فسكتَ حتى ظننا أنه سَيُسَمِّيهِ بغير اسمه، قال: «أَلَيْسَ ذَا الحَجَّةِ؟» قُلْنَا: بَلَى. قال: «فأَيُّ بَلَدٍ هَذَا؟» قلنا: اللهُ ورسولُهُ أَعْلَمُ، فسكتَ حتى ظننا أنه سُيَسَمِّيهِ بغير اسمه. قال: «أَلَيْسَ البَلْدَةَ؟» قلنا: بلى. قال: «فأَيُّ يَوْمٍ هَذَا؟» قُلْنَا: اللهُ ورسولُهُ أَعْلَمُ، فسكتَ حتى ظَنَنَّا أنه سيسميه بغير اسمه. قال: «أَلَيْسَ يَوْمَ النَّحْرِ؟» قلنا: بَلَى. قال: «فَإِّنَّ دِمَاءَكُمْ وأَمْوَالَكُمْ وأَعْرَاضَكُمْ عَلَيْكُمْ حَرَامٌ، كَحُرْمَةِ يَوْمِكُمْ هَذَا في بَلَدِكُمْ هَذَا فِي شَهْرِكُمْ هَذَا، وَسَتَلْقَونَ رَبَّكُمْ فَيَسْأَلُكُمْ عَنْ أَعْمَالِكُمْ، أَلَا فَلَا تَرْجِعُوا بَعْدِي كُفَّارًا يَضْرِبُ بَعْضُكُم رِقَابَ بَعْضٍ، أَلَا لِيُبَلِّغِ الشَّاهِدُ الغَائِبَ، فَلَعَلَّ بَعْضَ مَنْ يَبْلُغُهُ أَنْ يكونَ أَوْعَى لَهُ مِنْ بَعْضِ مَنْ سَمِعَهُ»، ثُمَّ قال: «أَلَا هَلْ بَلَّغْتُ، أَلَا هَلْ بَلَّغْتُ؟» قلنا: نعم. قال: «اللَّهُمَّ اشْهَدْ».
متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : แท้จริงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “เมื่อเราะมาฎอนมาถึง ประตูสวรรค์จะถูกเปิด ประตูนรกจะถูกปิด และมารร้ายจะถูกล่ามโซ่”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
Previous page
Page 7 of 12
Next page