Hadith for the World
Topic

คุณธรรมและมารยาท

288 hadiths

288 hadiths

จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ และอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จาก ท่านนบี ศ็อลลัลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “จะมีผู้กล่าวเรียกว่า: แท้จริงสำหรับพวกเจ้าที่จะมีสุขภาพดีและไม่เจ็บป่วยตลอดไป แท้จริงสำหรับพวกเจ้าจะมีชีวิต(ตลอดไป)และไม่มีวันตาย และแท้จริงสำหรับพวกเจ้าทั้งหลายจะเป็นคนหนุ่มและไม่แก่ตลอดไป แท้จริงพวกเจ้าจะได้รับความโปรดปราน และก็จะไม่มีวันสิ้นหวังตลอดไป” นั่นคือสิ่งที่พระผู้ทรงอำนาจตรัสว่า “ นั้นแหละคือสวนสวรรค์โดยที่พวกเจ้าได้รับมันไว้เป็นมรดก เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเจ้าเคยกระทำกันไว้” (อัลอะอ์รอฟ : 43)บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูสะอีด อัล-คุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริง อัลลอฮ์จะตรัสแก่บรรดาชาวสวรรค์ว่า "โอ้ ชาวสวรรค์ทั้งหลาย" พวกเขาจะตอบว่า "ขอสนองรับโองการพระองค์ท่าน ความดีงามทั้งหมดอยู่ในสองมือของพระองค์แล้ว" แล้วพระองค์ก็มีตรัสว่า "พวกเจ้าพอใจแล้วหรือยัง?" พวกเขาต่างตอบว่า "พวกเราไม่พอใจได้อย่างไรละ ในเมื่อพระองค์ท่านได้ให้แก่พวกเราในสิ่งที่พระองค์ท่านไม่เคยให้แก่ผู้อื่นใดเลยในบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงสร้างทั้งหมด" พระองค์จรัสต่อไปว่า "จะเอาไหม ฉันจะให้สิ่งที่พิเศษกว่านั้น?" พวกเขาตอบว่า "โอ้ พระองค์ท่าน มีอะไรอีกที่พิเศษไปกว่านี่หรือ?" พระองค์ตอบว่า "ฉันจะประทับความโปรดปรานของฉันลงบนพวกเจ้า แล้วฉันก็จะไม่โกรธเคืองพวกเจ้าไปตลอดกาล"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริง สำหรับผู้ศรัทธาในสวรรค์นั้นจะมีกระโจมที่ทำจากไข่มุกกลวงเพียงเม็ดเดียว ซึ่งมีความยาวหกสิบไมล์ โดยที่เขาจะมีคู่ครองหลายคนอยู่ในกระโจมหลังนั้น และจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปแสวงหาความสุขกับภรรยาแต่ละคน โดยที่แต่ละคนจะมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «من قتل وَزَغَةً فِي أَوَّلِ ضَرْبَةٍ فله كذا وكذا حسنة، ومن قتلها في الضَّرْبَةِ الثانية فله كذا وكذا حسنة دون الأولى، وإن قتلها في الضربة الثالثة فله كذا وكذا حسنة». وفي رواية: «من قتل وَزَغًا في أول ضربة كتب له مائة حسنة، وفي الثانية دون ذلك، وفي الثالثة دون ذلك».رواه مسلم
عن أبي سعيد الخُدْرِي رضي الله عنه قال: جاءت امرأة إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم فقالت: يا رسول الله، ذهب الرجال بِحَدِيثِكَ، فاجْعَل لنَا من نَفْسِك يومًا نَأتِيكَ فيه تُعَلِّمُنَا مما عَلَّمَكَ الله، قال: «اجْتَمِعْنَ يَوَم كَذَا وكَذَا» فَاجْتَمَعْنَ، فأتَاهُنَّ النبي صلى الله عليه وسلم فَعَلَّمَهُنَّ مما عَلَّمَهُ الله، ثم قال: «ما مِنْكُنَّ من امرأة تُقَدِّمُ ثَلاَثَة من الولد إلا كانوا حِجَابًا من النَّارِ» فقالت امرأة: واثنين؟ فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «واثنين».متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «إذا قال الرَّجُل: هَلَكَ الناس، فهو أَهْلَكُهُم».رواه مسلم
จากฮิชาม บิน หะกีม บิน ฮิซาม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เขาได้เดินผ่านคนบางคนจากชาวอันบาฎ ณ.เมื่องชาม โดยที่พวกเขายืนตากแดดอยู่ และเขาถามว่า: เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา? พวกเขากล่าวว่า: พวกเขาถูกลงโทษเพราะภาษีญิซยาฮ์ และท่านฮิชาม กล่าวว่า: ฉันขอยืนยันว่า ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "แท้จริงพระเจ้าจะลงโทษผู้ที่ทรมานผู้คนในโลกนี้"บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي ذر رضي الله عنه قال: قيل لرسول الله صلى الله عليه وسلم : أرأيت الرَّجل الذي يعمل العمل من الخَير، ويَحمدُه الناس عليه؟ قال: «تلك عاجِل بُشْرَى المؤمن».رواه مسلم
จากอบูซะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ชายห้ามมองดูเอาเราะฮ์ (อวัยวะพึงสงวน) ของผู้ชายด้วยกัน และผู้หญิงก็ห้ามมองดูเอาเราะฮ์ (อวัยวะพึงสงวน) ของผู้หญิงด้วยกัน และผู้ชายห้ามนอนเปลือยกายร่วมกับผู้ชายในผ้าห่มผืนเดียวกัน และผู้หญิงก็ห้ามนอนเปลือยกายร่วมกับผู้หญิงในผ้าห่มผืนเดียวกัน"บันทึกโดย มุสลิม
عن ابن عمر رضي الله عنهما مرفوعاً: «لا تَتْرُكُوا النار في بيوتكم حين تنامون».متفق عليه
عن عائشة رضي الله عنها ، قالت: كان النبي صلى الله عليه وسلم إذا عَصَفَت الرِّيح قال: «اللَّهُمَّ إنِّي أسْأَلُك خَيرها وخير ما فيها وخَير ما أُرسِلت به، وأعوذ بك من شرِّها وشرِّ ما فيها وشرِّ ما أُرسِلت به».رواه مسلم
จากอบู สะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปยังสถานที่ละหมาดในช่วงวันอีฎิ้ลอัดฮาหรือวันอีดิลฟิฏริ และเขาได้เดินผ่านบรรดาผู้หญิง แล้วกล่าวว่า : “โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี ฉันไม่เคยเห็นผู้มีสติปัญญาน้อยและศาสนาน้อยใดที่สามารถทำให้ผู้ชายที่มีความเด็ดขาดหลงใหลได้เท่ากับพวกเธอ” พวกนางถามต่อว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ การบกพร่องทางศาสนาและสติปัญญาของพวกเราเป็นเช่นใดหรือ? ท่านตอบว่า: "ก็การเป็นพยานของหญิงคนหนึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งในการเป็นพยานของผู้ชายไม่ใช่หรือ?" พวกนางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางสติปัญญา และหญิงมีเลือดประจำเดือนนั้นไม่ต้องละหมาดและไม่ต้องถือศีลอดมิใช่หรือ?” นางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางศาสนาของนาง”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยนั่งบนพาหนะโดยมีมุอาซนั่งท้าย ท่านกล่าวว่า "โอ้มุอาซ เอ๋ย" เขากล่าวว่า " ครับท่านเราะซูลุลอัลลอฮฺ" ท่านกล่าวอีกว่า "โอ้มุอาซ เอ๋ย" เขาก็ตอบว่า"ครับท่านเราะซูลุลอัลลอฮฺ "ท่านกล่าวอีกว่า "โอ้มุอาซ เอ๋ย" เขาก็ตอบว่า "ครับท่านเราะซูลุลอัลลอฮฺ" สามครั้ง แล้วท่านก็กล่าวว่า "ไม่มีบ่าวคนใดที่กล่าวคำปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺด้วยความเชื่อมั่นในใจของเขา เว้นแต่อัลลอฮฺจะทำให้เขาเป็นที่ต้องห้ามสำหรับนรก" มุอาซถามว่า "โอ้ ท่านเราะซูลุลอัลลอฮฺ จะไม่ให้ฉันบอกข่าวดีนี้แก่คนอื่นๆ หรือ เพื่อพวกเขาจะได้พากันดีใจ?" ท่านก็ตอบว่า "เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่ทำอะไรเลย" และมุอาซก็ได้บอกเรื่องนี้ขณะที่เขากำลังจะสิ้นใจเพราะกลัวบาป (จากการปกปิดความรู้)บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "มุสลิม(ที่แท้จริง) คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أنس رضي الله عنه : أن النبيَّ صلى الله عليه وسلم جاءَ إلى سعد بنِ عبادة رضي الله عنه فَجَاءَ بِخُبْزٍ وَزَيْتٍ، فأكلَ، ثم قال النبيُّ صلى الله عليه وسلم : «أفْطَرَ عِنْدَكُمُ الصَّائِمُونَ؛ وَأكَلَ طَعَامَكُمُ الأَبرَارُ، وَصَلَّتْ عَلَيْكُمُ المَلاَئِكَةُ».رواه أبو داود وابن ماجه وأحمد والدارمي
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ที่อ่านอัลกุรอานได้อย่างคล่องแคล่วนั้นได้รับเกียรติให้มีตำแหน่งเทียบเท่ากับมลาอิกะห์ผู้นำวะฮีย์ให้กับบรรดาเราะซูล ผู้มีเกียรติ ณ เอกองค์อัลลอฮ์ผู้มีคุณธรรม ส่วนผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างตะกุกตะกัก ติดขัด และยากลำบากนั้นจะได้รับผลบุญถึงสองเท่า"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عبد الله بن عمرو بن العاص رضي الله عنهما ، قال: سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول: «إنَّ اللهَ لاَ يَقْبِضُ العِلْمَ انْتِزَاعاً يَنْتَزعهُ مِنَ النَّاسِ، وَلكِنْ يَقْبِضُ العِلْمَ بِقَبْضِ العُلَمَاءِ، حَتَّى إِذَا لَمْ يُبْقِ عَالِماً، اتَّخَذَ النَّاسُ رُؤُوساً جُهَّالاً، فَسُئِلُوا فَأفْتوا بِغَيْرِ عِلْمٍ، فَضَلُّوا وَأضَلُّوا».متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพตรัสว่า: เราได้เตรียมไว้แล้วให้แก่บรรดาบ่าวของเราที่ดี ซึ่งสิ่งที่สายตาของพวกเขาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน และใจก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน” อบูฮุรัยเราะห์กล่าวว่า: อ่านดูสิว่าหากเจ้าปรารถนา: { ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้} (อัซ-ซัจญดะฮ์: 17)บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عياض بن حمار المجاشعي رضي الله عنه ، أن رسول الله صلى الله عليه وسلم ، قال ذات يوم في خطبته: «ألَا إن ربي أمرني أن أُعَلِّمَكم ما جَهِلتم، ممَّا علَّمني يومي هذا، كلُّ مالٍ نَحَلتُه عبدًا حلال، وإني خلقتُ عبادي حُنَفاء كلهم، وإنهم أتتهم الشياطين فاجتالتهم عن دينهم، وحَرَّمت عليهم ما أحللتُ لهم، وأمرتهم أن يُشركوا بي ما لم أُنزِّل به سلطانا، وإن الله نظر إلى أهل الأرض، فمَقَتهم عربهم وعَجَمهم، إلَّا بقايا من أهل الكتاب، وقال: إنما بعثتُك لأبتليَك وأبتلي بك، وأنزلتُ عليك كتابًا لا يغسله الماءُ، تقرؤه نائمًا ويقظان، وإنَّ اللهَ أمرني أن أحرِق قُرَيشًا، فقلت: رب إذا يَثْلُغوا رأسي فيدعوه خُبْزة، قال: استخرجهم كما استخرجوك، واغزهم نُغزك، وأنفق فسننفق عليك، وابعث جيشا نبعث خمسة مثله، وقاتل بمن أطاعك مَن عصاك، قال: وأهل الجنة ثلاثة ذو سلطان مُقْسِط مُتَصَدِّق مُوَفَّق، ورجل رحيم رقيق القلب لكل ذي قربى ومسلم، وعفيف متعفِّف ذو عيال، قال: وأهل النار خمسة: الضعيف الذي لا زَبْر له، الذين هم فيكم تبعا لا يبتغون أهلا ولا مالا، والخائن الذي لا يخفى له طمع، وإن دقَّ إلا خانه، ورجل لا يُصبح ولا يمسي إلا وهو يخادعك عن أهلك ومالك «وذكر» البخل أو الكذب والشِّنظير الفحَّاش».رواه مسلم
عن ابن عباس رضي الله عنهما ، قال: كان النبيُّ صلى الله عليه وسلم يدعو: «ربِّ أَعِنِّي ولا تُعِن عليَّ، وانصرني ولا تنصر عليَّ، وامكر لي ولا تمكر عليَّ، واهدني ويسِّر هُدايَ إليَّ، وانصرني على مَن بغى عليَّ، اللهم اجعلني لك شاكرًا، لك ذاكرًا، لك راهبًا، لك مِطواعًا، إليك مُخْبِتًا، أو مُنِيبا، رب تقبَّل توبتي، واغسل حَوْبتي، وأجب دعوتي، وثبِّت حُجَّتي، واهدِ قلبي، وسدِّد لساني، واسْلُلْ سَخِيمةَ قلبي».رواه أبو داود والترمذي وابن ماجه وأحمد
عن زيد بن أرقم رضي الله عنه ، عن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال:«إنَّ هذه الحُشُوشَ مُحْتَضَرَةٌ، فإذا أتى أحدُكم الخَلَاءَ فَلْيَقُلْ: أعوذُ باللهِ مِنَ الخُبُثِ والخَبَائث».رواه أبو داود وابن ماجه وأحمد
عن زيد مولى رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «من قال: أَسْتَغْفِرُ الله الذي لا إله إلا هو الحَيَّ القيَّومَ وأتوب إليه، غُفرت ذنوبه، وإن كان قد فَرَّ من الزَّحْف».رواه أبو داود والترمذي
จากอบู อุมามะฮ์ อัลบาฮิลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ”จงอ่านอัลกุรอานเถิด เพราะแท้จริงมันจะมาเป็นผู้ช่วยขอความเมตตา (ชะฟาอฺ) ให้แก่ผู้เป็นสหายของมันในวันกิยามะฮฺ และจงอ่านสองซูเราะฮฺที่ส่องแสง คือ ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ และซูเราะฮฺอาลิ ‘อิมรอน เพราะแท้จริงทั้งสองจะมาปรากฏในวันกิยามะฮฺ ประหนึ่งเป็นกลุ่มเมฆสองกลุ่ม หรือประหนึ่งเป็นเงาทึบสองเงา หรือประหนึ่งเป็นหมู่ของนกที่แผ่ปีกบินเรียงแถว ซึ่งจะทำหน้าที่โต้แย้งแทนผู้ที่เป็นสหายของมัน จงอ่านซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺเถิด เพราะแท้จริงการยึดมั่นมันคือความจำเริญ และการละทิ้งมันคือความเสียใจ และพวกนักไสยศาสตร์ไม่สามารถรับมือกับมันได้”บันทึกโดย มุสลิม
عن واثلة بن الأسقع رضي الله عنه ، قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إنَّ اللهَ اصْطَفى كِنانَة من وَلَد إسماعيل، واصْطَفى قُريشًا من كِنانة، واصْطَفى بَني هاشم مِنْ قُرَيش، واصْطَفاني مِنْ بني هاشم، فأنا سَيِّدُ وَلَد آدم ولا فَخْر، وأوَّلُ مَن تَنْشَقُّ عنه الأرض، وأوَّلُ شافع، وأوَّل مُشَفَّع».رواه ابن حبان، وأصله في صحيح مسلم