TH
คุณธรรมและมารยาท
การใช้คำพูดที่สุภาพและการตักเตือน
63 hadiths
การงานของหัวใจ
14
ความสมถะและเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์
2
สภาพของคนดี
4
การตำหนิการฝ่าฝืน
6
การตำหนิการรักดุนยา
8
การตำหนิอารมณ์ใฝ่ต่ำและกิเลสตัณหา
1
เตาบะฮฺ (การกลับเนื้อกลับตัว)
3
การขัดเกลาจิตใจ
9
คุณลักษณะของสวรรค์และนรก
17
63 hadiths
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริง สำหรับผู้ศรัทธาในสวรรค์นั้นจะมีกระโจมที่ทำจากไข่มุกกลวงเพียงเม็ดเดียว ซึ่งมีความยาวหกสิบไมล์ โดยที่เขาจะมีคู่ครองหลายคนอยู่ในกระโจมหลังนั้น และจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปแสวงหาความสุขกับภรรยาแต่ละคน โดยที่แต่ละคนจะมองไม่เห็นซึ่งกันและกัน"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู สะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปยังสถานที่ละหมาดในช่วงวันอีฎิ้ลอัดฮาหรือวันอีดิลฟิฏริ และเขาได้เดินผ่านบรรดาผู้หญิง แล้วกล่าวว่า : “โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี ฉันไม่เคยเห็นผู้มีสติปัญญาน้อยและศาสนาน้อยใดที่สามารถทำให้ผู้ชายที่มีความเด็ดขาดหลงใหลได้เท่ากับพวกเธอ” พวกนางถามต่อว่า: โอ้ท่านเราะสูลุลลอฮ์ การบกพร่องทางศาสนาและสติปัญญาของพวกเราเป็นเช่นใดหรือ? ท่านตอบว่า: "ก็การเป็นพยานของหญิงคนหนึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งในการเป็นพยานของผู้ชายไม่ใช่หรือ?" พวกนางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางสติปัญญา และหญิงมีเลือดประจำเดือนนั้นไม่ต้องละหมาดและไม่ต้องถือศีลอดมิใช่หรือ?” นางตอบว่า: "ใช่" ท่านกล่าวว่า: “นี่แหละคือความบกพร่องทางศาสนาของนาง”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพตรัสว่า: เราได้เตรียมไว้แล้วให้แก่บรรดาบ่าวของเราที่ดี ซึ่งสิ่งที่สายตาของพวกเขาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน และใจก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน” อบูฮุรัยเราะห์กล่าวว่า: อ่านดูสิว่าหากเจ้าปรารถนา: { ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้} (อัซ-ซัจญดะฮ์: 17)
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عياض بن حمار المجاشعي رضي الله عنه ، أن رسول الله صلى الله عليه وسلم ، قال ذات يوم في خطبته: «ألَا إن ربي أمرني أن أُعَلِّمَكم ما جَهِلتم، ممَّا علَّمني يومي هذا، كلُّ مالٍ نَحَلتُه عبدًا حلال، وإني خلقتُ عبادي حُنَفاء كلهم، وإنهم أتتهم الشياطين فاجتالتهم عن دينهم، وحَرَّمت عليهم ما أحللتُ لهم، وأمرتهم أن يُشركوا بي ما لم أُنزِّل به سلطانا، وإن الله نظر إلى أهل الأرض، فمَقَتهم عربهم وعَجَمهم، إلَّا بقايا من أهل الكتاب، وقال: إنما بعثتُك لأبتليَك وأبتلي بك، وأنزلتُ عليك كتابًا لا يغسله الماءُ، تقرؤه نائمًا ويقظان، وإنَّ اللهَ أمرني أن أحرِق قُرَيشًا، فقلت: رب إذا يَثْلُغوا رأسي فيدعوه خُبْزة، قال: استخرجهم كما استخرجوك، واغزهم نُغزك، وأنفق فسننفق عليك، وابعث جيشا نبعث خمسة مثله، وقاتل بمن أطاعك مَن عصاك، قال: وأهل الجنة ثلاثة ذو سلطان مُقْسِط مُتَصَدِّق مُوَفَّق، ورجل رحيم رقيق القلب لكل ذي قربى ومسلم، وعفيف متعفِّف ذو عيال، قال: وأهل النار خمسة: الضعيف الذي لا زَبْر له، الذين هم فيكم تبعا لا يبتغون أهلا ولا مالا، والخائن الذي لا يخفى له طمع، وإن دقَّ إلا خانه، ورجل لا يُصبح ولا يمسي إلا وهو يخادعك عن أهلك ومالك «وذكر» البخل أو الكذب والشِّنظير الفحَّاش».
رواه مسلم
عن عبد الله بن عمر رضي الله عنهما أنَّ رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «عُذِّبت امرأة في هِرَّة سَجَنَتْها حتى ماتت، فدخلت فيها النار، لا هي أطعمتها ولا سَقتها، إذ حبستها، ولا هي تَركتْها تأكل مِن خَشَاشِ الأرض».
متفق عليه
عن أبي هريرة عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «لعن الله السارق، يسرق البَيْضَةَ فَتُقْطَعُ يده، ويسرِقُ الحَبْلَ فَتُقْطَعُ يَدُهُ».
متفق عليه
จากอบูมาลิก อัล-อัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ความสะอาดเป็นครึ่งหนึ่งของการศรัทธา และการกล่าว "อัลหัมดุลิลลาฮ์" ผลบุญของมันจะเต็มตาชั่งในวันกิยามะฮ์ การกล่าวว่า "สุบหานัลลอฮ์และ อัลหัมดุลิลลาฮ์" ผลบุญของทั้งสองประโยคหรือผลบุญของแต่ละประโยคนั้นจะเต็มระหว่างบรรดาฟากฟ้าและแผ่นดิน การละหมาดนั้นคือรัศมี การจ่ายซะกาตคือหลักฐานยืนยันของการศรัทธา การอดทนคือแสงสว่าง และอัลกุรอานคือหลักฐานยืนยันที่ดีเลิศสำหรับเจ้า หรือ หลักฐานยืนยันที่ร้ายกาจต่อตัวเจ้า มนุษย์ทุกคนย่อมขวนขวายเพื่อตัวเอง ดังนั้นผู้ใดที่มอบหมายชีวิตต่ออัลลอฮ์ เขาก็จะได้รับการปลดปล่อยจากไฟนรกและผู้ใดที่มอบหมายชีวิตต่อชัยฏอนและตัณหาของเขา ดังนั้นเขาคือผู้ทำลายตัวเองให้พินาศ"
บันทึกโดย มุสลิม
จากซุฟยาน บิน อับดุลลอฮ์ อัษษะกอฟีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้กล่าวว่า: “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ได้โปรดบอกถ้อยคำหนึ่งให้แก่ฉันที่เกี่ยวกับอิสลามที่เป็นถ้อยคำที่ฉันไม่ต้องถามผู้อื่นนอกจากท่านด้วยเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า: “ท่านจงกล่าวเถิดว่า ฉันได้ศรัทธาต่ออัลลอฮ์แล้ว หลังจากนั้นก็จงยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ"
บันทึกโดย มุสลิม และอะห์มัด
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ไฟที่พวกเจ้าใช้กันอยู่นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากเจ็ดสิบส่วนของความร้อนจากไฟนรกญะฮันนัม”มีคนกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ เท่าที่เป็นอยู่ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว” ท่านเราะซูลุลลอฮ์ได้กล่าวว่า “แท้จริงความร้อนของมันจะถูกเพิ่มหกสิบเก้าเท่า ทุกความร้อนนั้นจะร้อนเหมือนกันหมด”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن ابن عباس حسبنا الله ونعم الوكيل: «قالها إبراهيم عليه السلام حين أُلقي في النار، وقالها محمد صلى الله عليه وسلم حين قالوا: {إن الناس قد جمعوا لكم فاخشوهم فزادهم إيمانا، وقالوا: حسبنا الله ونعم الوكيل} [آل عمران: 173]».
رواه البخاري
عن جابر قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم: «إذا قضى أحدكم الصلاة في مسجده فليجعل لبيته نصيبًا من صلاته، فإن الله جاعلٌ في بيته من صلاته خيرًا».
رواه مسلم
จากอุมมุ ซะละมะห์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา โดยเธอกล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบกับภัยพิบัติใดภัยพิบัติหนึ่ง แล้วเขาจะกล่าวสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงสั่งใช้ : ความว่า: (แท้จริงเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ และเราจะกลับคืนสู่พระองค์) (อัลบะเกาะเราะฮ์: 156) โอ้อัลลอฮ์ ได้โปรดให้การตอบแทนแก่ฉันในภัยพิบัติที่ได้ประสบกับฉัน และโปรดทดแทนสิ่งที่ดีกว่าให้แก่ฉัน เว้นเเต่อัลลอฮ์จะทรงประทานให้แก่เขาซึ่งสิ่งที่ดีกว่าภัยพิบัติที่ประสบกับเขา ท่านหญิงอุมมุ ซาละมะห์ เล่าต่อว่า: ในตอนที่อบูซาละมะห์เสียชีวิต ฉันกล่าวว่า: จะมีมุสลิมคนใดที่จะดีไปกว่าอบูซาละมะห์ (สามีของนาง) เป็นครอบครัวแรกที่อพยพไปยังท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม (อพยพไปมะดีนะฮ์) จากนั้นฉันก็ได้กล่าวดุอาอ์ข้างต้น อัลลอฮ์ก็ได้ทดแทนด้วยท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้แก่ฉัน
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ฉันได้ยิน ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ใจของชายชราจะยังคงแก่ความเยาว์วัยในสองสิ่ง คือความหลงรักในชีวิตแห่งโลกนี้ และความหวังที่ยืนยาว"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: บุคคลเจ็ดประเภทที่อัลลอฮ์จะทรงให้ร่มเงาของพระองค์แก่พวกเขา ในวันที่ไม่มีร่มเงาใดๆนอกจากร่มเงาของพระองค์ คือ: ผู้นำที่ผดุงความยุติธรรม คนหนุ่มที่เติบโตด้วยความขยันทำอิบาดะฮ์ต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขา บุคคลที่มีใจผูกพันกับมัสยิด บุคคลสองคนที่มีความรักต่อกันเพื่ออัลลอฮ์ เขาทั้งสองจะคบหากันและจะแยกจากกันในหนทางของอัลลอฮ์ ผู้ชายที่ถูกผู้หญิงที่มีฐานะร่ำรวยและมีหน้าตาที่สวยงามชวนให้กระทำผิดประเวณีแต่เขาปฏิเสธและบอกกับนางว่าแท้จริงข้าเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์ บุคคลที่บริจาคทานอย่างเงียบๆ(ไม่ป่าวประกาศ) จนกระทั่งมือข้างซ้ายของเขาไม่รู้ในสิ่งที่มือข้างขวาได้แจกจ่ายไป และบุคคลที่นึกถึงอัลลอฮ์โดยลำพังและร้องไห้ออกมาด้วยความสำนึกผิดต่อพระองค์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عَنْ أَبِي هُرَيْرَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قَالَ: قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: «مَنْ آمَنَ بِاللَّهِ وَبِرَسُولِهِ، وَأَقَامَ الصَّلاَةَ، وَصَامَ رَمَضَانَ كَانَ حَقًّا عَلَى اللَّهِ أَنْ يُدْخِلَهُ الجَنَّةَ، جَاهَدَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ أَوْ جَلَسَ فِي أَرْضِهِ الَّتِي وُلِدَ فِيهَا»، فَقَالُوا: يَا رَسُولَ اللَّهِ، أَفَلاَ نُبَشِّرُ النَّاسَ؟ قَالَ: «إِنَّ فِي الجَنَّةِ مِائَةَ دَرَجَةٍ، أَعَدَّهَا اللَّهُ لِلْمُجَاهِدِينَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ، مَا بَيْنَ الدَّرَجَتَيْنِ كَمَا بَيْنَ السَّمَاءِ وَالأَرْضِ، فَإِذَا سَأَلْتُمُ اللَّهَ فَاسْأَلُوهُ الفِرْدَوْسَ، فَإِنَّهُ أَوْسَطُ الجَنَّةِ وَأَعْلَى الجَنَّةِ -أُرَاهُ- فَوْقَهُ عَرْشُ الرَّحْمَنِ، وَمِنْهُ تَفَجَّرُ أَنْهَارُ الجَنَّةِ».
رواه البخاري
Previous page
Page 3 of 3