TH
การละหมาด
การอาซานและการอิกอมะฮ์
6 hadiths
การละหมาดเป็นสิ่งที่วายิบและข้อตัดสินชีขาดเกี่ยวกับผู้ทิ้งละหมาด
5
ความประเสริฐของละหมาด
10
การอาซานและการอิกอมะฮ์
6
ช่วงเวลาที่ห้ามละหมาด
2
เงื่อนไขของการละหมาด
3
รุก่น(องค์ประกอบหลัก) ของการละหมาด
2
واجبات الصلاة
1
สุนัตของการละหมาด
1
คุณลักษณะของการละหมาด
10
การระลึกถึงคำอธิษฐาน
15
مبطلات الصلاة
1
ความผิดพลาดของผู้ละหมาด
5
การสุญูดซะฮ์วี,สุญูดขณะอ่านกุรอาน,และการสุญูดขอบคุณ
4
ความประเสริฐของการละหมาดญะมาอะฮ์และฮุก่มต่าง ๆของมัน
7
บทบัญญัติเกี่ยวกับอิหม่าม(ผู็นำ)และมะมูม(ผู้ตาม)
4
การละหมาดของกลุ่มคนที่มีอุปสรรค
1
การละหมาดวันศุกร์
7
การละหมาดตะเฏาวุอฺ ( ภาคสมัครใจ )
40
صلاة الكسوف والخسوف
2
صلاة الاستسقاء
1
ข้อชี้ขาดในเรื่องมัสยิด
9
6 hadiths
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า "ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “เมื่อพวกเจ้าได้ยินเสียงประกาศ(เรียกสู่การละหมาด) ก็จงกล่าวตามที่ผู้ประกาศได้กล่าวไว้”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากซะอัด บิน อบูวักก็อศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่กล่าวในตอนที่เขาได้ยินผู้อาซาน ว่า (أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ، رَضِيتُ بِاللهِ رَبًّا وَبِمُحَمَّدٍ رَسُولًا، وَبِالْإِسْلَامِ دِينًا) เขาจะได้รับการอภัยโทษ
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إِذَا نُودِيَ بالصَّلاَةِ، أدْبَرَ الشَّيْطَانُ، وَلَهُ ضُرَاطٌ حَتَّى لاَ يَسْمَعَ التَّأذِينَ، فَإذَا قُضِيَ النِّدَاءُ أقْبَلَ، حَتَّى إِذَا ثُوِّبَ للصَّلاةِ أدْبَرَ، حَتَّى إِذَا قُضِيَ التَّثْوِيبُ أقْبَلَ، حَتَّى يَخْطِرَ بَيْنَ المَرْءِ وَنَفْسِهِ، يَقُولُ: اذْكُرْ كَذَا واذكر كَذَا - لِمَا لَمْ يَذْكُر مِنْ قَبْلُ - حَتَّى يَظَلَّ الرَّجُلُ مَا يَدْرِي كَمْ صَلَّى».
متفق عليه
จากมุอาวียะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ยิน ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "ผู้ที่ทำการอาซานนั้น จะเป็นคนที่คอที่ยาวที่สุดในวันปรโลก"
บันทึกโดย มุสลิม
จากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดก็ตามที่กล่าว เมื่อเขาได้ยินการเรียกร้อง(การอาซาน) ว่า: (อัลลอฮุมมา ร็อบบะฮาสิหิดดะฮ์ วะติดตามมะฮ์ วัศเศาะลา ติลกออิมะฮ์ อาติ มุฮัมมะดะนิล วะซีละฮ์ วัลฟะดีละฮ์ วับอัษหุ มะกอมัม มะห์มู ดะนิลละซี วะอัดตะฮ์) ความว่า "โอ้พระเจ้าผู้เป็นเจ้าของการวิงวอนนี้(การอาซาน) และการละหมาดที่มั่นคง จงให้ได้มายังมูฮัมหมัดซึ่ง วาซีละห์(การใกล้ชิดพระองค์ หรือ ระดับชั้นในสวรรค์) และความประเสริฐเหนือผู้อื่น และจงให้เขาฟื้นคืนชีพในสถานที่ที่มีเกียรติ ที่พระองค์ทรงได้สัญญาไว้" เขาผู้นั้นจะได้รับการช่วยเหลือ(ชะฟาอะฮ์)จากฉันในวันโลกหน้า”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ บิน อัลอาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า เขาได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “เมื่อพวกเจ้าได้ยินผู้ที่ประกาศเรียกสู่การละหมาด ก็จงกล่าวตามอย่างที่เขากล่าว แล้วจงทำการเศาะละวาตต่อฉัน เพราะผู้ใดทำการเศาะละวาตต่อฉันหนึ่งครั้ง อัลลอฮ์จะทำการเศาะละวาตแก่เขาสิบครั้ง จากนั้นก็จงขอต่ออัลลอฮ์ซึ่งสถานะหนึ่งให้แก่ฉัน แท้จริงมันเป็นตำแหน่งหนึ่งในสวรรค์ที่ไม่คู่ควรกับใครนอกจากผู้เป็นบ่าวคนหนึ่งจากบ่าวของอัลลอฮ์เท่านั้น และฉันหวังว่าบ่าวคนนั้นจะเป็นฉัน ดังนั้นใครก็ตามที่ขอสถานะนั้นให้แก่ฉัน การชะฟาอะฮ์จะเป็นที่อนุญาตสำหรับเขา”
บันทึกโดย มุสลิม