TH
ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์
ฟิกฮุ อิบาดะฮฺ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮ์)
231 hadiths
ความสะอาด
18
การละหมาด
126
การจัดการศพ
11
การจ่ายซะกาต
13
การถือศีลอด
40
การประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะฮ์
17
การญิฮาด
17
231 hadiths
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "การบริจาคทานนั้นมิได้ทำให้ทรัพย์สินลดน้อยลง และอัลลอฮ์จะไม่ทรงเพิ่มพูนสิ่งใดให้แก่บ่าวคนหนึ่งที่ให้อภัยต่อผู้อื่น นอกจากเกียรติยศ และจะไม่มีผู้ใดที่นอบน้อมถ่อมตนต่ออัลลอฮ์ นอกจากอัลลอฮ์จะทรงยกเขา"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน สลาม เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มายังเมืองมะดีนะฮ์ ผู้คนก็มารวมตัวกันต่อหน้าท่าน และมีเสียงกล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มาแล้ว ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ได้มาแล้ว ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ได้มาแล้ว สามครั้ง ฉันจึงเข้าไปดูท่ามกลางผู้คน และเมื่อฉันเห็นหน้าท่านก็รู้ว่าหน้าของท่านไม่ใช่หน้าของคนโกหก สิ่งแรกที่ฉันได้ยินท่านพูด คือท่านพูดว่า: “โอ้มนุษยชาติ จงเผยแพร่สลาม จงให้อาหารแก่ผู้คน จงเชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ และจงละหมาดในยามค่ำคืนขณะที่ผู้คนกำลังนอนหลับ แล้วพวกท่านจะเข้าสวรรค์อย่างสันติ”
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ อิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : อัลลอฮฺ ตะอาลาตรัสว่า:"โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย จงใช้จ่ายในหนทางของฉันเถิด แท้จริงฉันเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่เจ้า"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي موسى الأشعري رضي الله عنه مرفوعاً: «على كل مسلم صدقة» قال: أرأيت إن لم يجد؟ قال: «يعمل بيديه فينفع نفسه ويتصدق» قال: أرأيت إن لم يستطع؟ قال: «يُعِينُ ذا الحاجة المَلْهُوفَ» قال: أرأيت إن لم يستطع، قال: «يأمر بالمعروف أو الخير». قال: أرأيت إن لم يفعل؟ قال: «يُمسك عن الشر، فإنها صدقة».
متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «إذا أَمَّنَ الإمام فأمنوا، فإنه من وافق تأمينه تأمين الملائكة: غفر له ما تقدم من ذنبه».
متفق عليه
عن عائشة رضي الله عنها : أن النبي صلى الله عليه وسلم دخل عليها وعندها امرأة، قال: «من هذه؟» قالت: هذه فلانة تذكر من صلاتها. قال: «مَهْ، عليكم بما تطيقون، فوالله لا يَمَلُّ الله حتى تَمَلُّوا» وكان أحب الدين إليه ما داوم صاحبه عليه.
متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعًا: «تُعْرَضُ الأعمالُ يومَ الاثنين والخميس، فَأُحِبُّ أَنْ يُعْرَضَ عَملي وأنا صائم». وفي رواية: «تُفْتَحُ أبوابُ الجَنَّةِ يومَ الاثنين والخميس، فَيُغْفَرُ لكلِّ عبد لا يُشْرِكُ بالله شيئا، إِلا رجلا كان بينه وبين أخيه شَحْنَاءُ، فَيُقَالُ: أَنظِروا هذيْن حتى يَصْطَلِحَا، أنظروا هذين حتى يصطلحا». وفي رواية: «تُعْرَضُ الأَعْمَالُ في كلِّ اثْنَيْنِ وَخَميسٍ، فَيَغْفِرُ اللهُ لِكُلِّ امْرِئٍ لا يُشْرِكُ بالله شيئاً، إِلاَّ امْرَءاً كانت بينه وبين أخِيهِ شَحْنَاءُ، فيقول: اتْرُكُوا هذَيْنِ حتى يَصْطَلِحَا».
حديث أبي هريرة الأول رواه الترمذي. والحديثان الآخران هما حديث واحد، رواه مسلم، وكرر لفظة: "أنظروا هذين حتى يصطلحا" ثلاثاً
عن عائشة رضي الله عنها أنّ رسولَ اللهِ صلى الله عليه وسلم كانَ يقول في ركوعه وسجودِه: «سبُّوحٌ قُدُّوسٌ رَبُّ المَلاَئِكَةِ وَالرُّوحِ».
رواه مسلم
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «إنما جُعِلَ الإمام ليِؤُتَمَّ به، فلا تختلفوا عليه، فإذا كبر فكبروا، وإذا ركع فاركعوا، وإذا قال: سمع الله لمن حمده، فقولوا: ربنا ولك الحمد. وإذا سجد فاسجدوا، وإذا صلى جالسا فصلوا جلوسا أجمعون».
متفق عليه
عن عمرو بن العاص رضي الله عنه أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «فَصْلُ مَا بَيْنَ صِيَامِنَا وصِيَامِ أهْلِ الكِتَابِ، أكْلَةُ السَّحَرِ».
رواه مسلم
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า : “ท่านเราะซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นคนที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่สุด และท่านจะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่สุดในเดือนเราะมะฎอน เมื่อยามที่ท่านพบกับญิบรีล และญิบรีลจะมาพบกับท่านเราะซูลในทุกค่ำคืนของเราะมะฎอน แล้วญิบรีลก็จะมาศึกษาทบทวนอัลกุรอานกับท่าน”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أنس بن مالك رضي الله عنه قال: كان رسولُ اللهِ صلى الله عليه وسلم يُفطِر قبْل أن يصلي على رُطَبات، فإن لم تكنْ رُطَباتٌ فَتُمَيْراتٌ، فإن لم تكنْ تُمَيْراتٌ، حَسَا حَسَواتٍ مِن ماء.
رواه أبو داود والترمذي وأحمد
عن عائشة رضي الله عنها قالت: لم يكن النبي صلى الله عليه وسلم يصوم مِنْ شهر أكثر من شعبان، فإنّه كان يصوم شعبان كله. وفي رواية: كان يصوم شعبان إلا قليلا.
متفق عليه
จากอบูซุฮัยร์ อุมาเราะฮ์ บิน รุอัยบะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "คนหนึ่งคนใดจะไม่มีวันเข้านรก หากเขาได้ละหมาดก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นและก่อนดวงอาทิตย์ตก"
บันทึกโดย มุสลิม
عن عبدالله بن عباس رضي الله عنهما عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «لَئِن بَقِيتُ إلى قابلٍ لأصومنّ التاسِع».
رواه مسلم
จากอุษมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่มีมุสลิมคนใดที่เมื่อเข้าเวลาละหมาดฟัรฎู แล้วเขาอาบน้ำละหมาดอย่างดี แล้วละหมาดอย่างมีสมาธิและรุกูอ์อย่างดี เว้นแต่การละหมาดนั้นจะลบล้างบาปที่ผ่านมา ตราบใดที่เขาไม่กระทำบาปใหญ่ ซึ่งความประเสริฐนี้จะมีอยู่ตลอดเวลา"
บันทึกโดย มุสลิม
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่มีวันใดๆ ที่การงานที่ดีจะเป็นที่ชื่นชอบที่สุดสำหรับอัลลอฮฺมากกว่าในวันเหล่านี้ (หมายถึงสิบวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮ์)” เหล่าบรรดาเศาะหาบะฮ์ได้ถามท่านวา “แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺกระนั้นหรือ?” ท่านตอบว่า “ใช่ แม้กระทั่งการญิฮาดในหนทางของอัลลอฮฺ เว้นแต่ผู้ที่ออกไปรบด้วยตัวเขาและทรัพย์สินของเขา โดยที่เขาไม่กลับมาอีกเลย (เสียชีวิตในสมรภูมิ) ”
บันทึกโดย อัลบุคอรีย์ และอบูดาวูด และสำนวนเป็นของท่าน
จากกะอ์บิ บิน อุจเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า: "มีบทซิกิรจำนวนหนึ่งซึ่งผู้ที่กล่าวบทซิกิรเหล่านั้นหลังจากละหมาดฟัรฎูทุกเวลาจะไม่ขาดทุน นั้นคือ กล่าวตัสบีห์ 33 ครั้ง กล่าวตะห์มีด 33 ครั้ง และกล่าวตักบีร 33 ครั้ง"
บันทึกโดย มุสลิม
จากบุร็อยดะฮ์ บิน อัลหะศีบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าว่า: จงเร่งรีบสู่การละหมาดอัศร์ เพราะแท้จริงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า "ผู้ใดทิ้งละหมาดอัศร์ แน่นอนการงานของเขาก็จะเป็นโมฆะ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่อาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์ ความผิดต่างๆ ของเขาจะหลุดออกไปจากร่างกายของเขา จะหลุดออกจนกระทั่งจากใต้เล็บของเขา"
บันทึกโดย มุสลิม
عن زيد بن خالد الجهني رضي الله عنه عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه قال: «مَنْ فَطَّرَ صائمًا، كان له مِثْلُ أجْرِهِ، غَيْرَ أنَّهُ لاَ يُنْقَصُ مِنْ أجْرِ الصَّائِمِ شَيْءٌ».
رواه الترمذي وابن ماجه والنسائي في الكبرى والدارمي وأحمد
จากซะอัด บิน อบูวักก็อศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่กล่าวในตอนที่เขาได้ยินผู้อาซาน ว่า (أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ، رَضِيتُ بِاللهِ رَبًّا وَبِمُحَمَّدٍ رَسُولًا، وَبِالْإِسْلَامِ دِينًا) เขาจะได้รับการอภัยโทษ
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه مرفوعاً: «من مات ولم يَغْزُ، ولم يُحدث نفسه بالغزو، مات على شُعْبَةٍ من نِفَاقٍ»
رواه مسلم
จากอะดีย์ บิน หาติม เราะฎิยัลลอฮฺอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ไม่มีใครในหมู่พวกท่านทั้งหลายนอกจากจะต้องพูดคุยกับอัลลอฮ์ โดยไม่มีการแปลความหมายระหว่างเขากับพระองค์ โดยเขาจะมองไปทางขวาเขาไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้า(ที่เป็นการงานที่ดี) และจะมองไปทางซ้ายและไม่เห็นสิ่งใดนอกจากสิ่งที่เขาได้ทำไว้ก่อนหน้า(ที่เป็นการงานที่ชั่ว) และจะมองไปข้างหน้าตนเองและไม่เห็นสิ่งใดนอกจากไฟนรกที่รออยู่ตรงหน้าเขา ดังนั้นจงป้องกันตนจากไฟนรก แม้เพียงแค่ด้วยการบริจาคลูกอินทผลัมเพียงครึ่งเม็ด”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
Previous page
Page 5 of 10
Next page