Hadith for the World
ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์

ฟิกฮุ อิบาดะฮฺ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮ์)

231 hadiths

231 hadiths

จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “จงแสวงหาลัยละตุลก็อดร์ในคืนเลขคี่ของสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عمر بن الخطاب رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إذا أقبل الليل من هَهُنا، وأَدْبَرَالنهار من ههنا، فقد أفطر الصائم».متفق عليه
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่า่วว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "เมื่อพวกท่านได้เห็นมัน(จันทร์เสี้ยว) พวกท่านก็จงถือศีลอด และเมื่อพวกท่านได้เห็นมัน(จันทร์เสี้ยว) พวกท่านก็จงละถือศีลอด(ออกอีด) แต่ถ้าหากมีเมฆปกคลุม(เป็นเหตุให้พวกท่านไม่สามารถมองเห็น) ก็ให้พวกท่านนับเดือนนั้นให้ครบ 30 วัน"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "การละหมาดของชายคนหนึ่งที่เป็นญะมาอะฮ์ ผลบุญจะทวีคูณกว่าการละหมาดของเขาที่ตลาดและบ้านของเขาถึงยี่สิบกว่าเท่า โดยที่เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าเขาได้อาบน้ำละหมาด แล้วเขาก็อาบมันอย่างดี หลังจากนั้นเขาได้ไปยังมัสญิดโดยไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจากเพื่อทำการละหมาด ไม่มีสิ่งใดผลักดันเขา (ให้เดินออกไป) นอกจากการละหมาด เขาจะไม่ก้าวเท้าหนึ่งก้าวนอกจากเขาจะถูกยกระดับหนึ่งขั้น และจะถูกลบความผิดหนึ่งความผิดจนกระทั่งเขาได้ก้าวเข้ามัสญิด และเมื่อเขาได้เข้าในมัสญิด ก็เสมือนกับว่าเขาได้อยู่ในการละหมาดตราบใดที่การละหมาดนั้นได้กักขังเขาไว้ และบรรดามลาอิกะฮ์ต่างวิงวอนให้กับคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าตราบใดที่เขายังคงนั่งในที่ที่เขาได้ละหมาด บรรดามลาอิกะฮ์จะกล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์โปรดเมตตาแก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดอภัยโทษให้แก่เขาด้วยเถิด โอ้อัลลอฮ์โปรดตอบรับการกลับตัว (เตาบะฮ์) ของเขาด้วยเถิด ตราบใดที่เขามิได้ก่อความเดือดร้อนและมิได้มีหะดัษ (เสียน้ำละหมาด) ณ สถานที่นั้น”บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي ذر رضي الله عنه قال: قال النبي صلى الله عليه وسلم :«عُرِضَتْ عَلَيَّ أعمالُ أُمتي، حَسَنُهَا وسَيِّئُهَا فَوَجَدتُ في مَحَاسِنِ أَعْمَالِهَا الأَذَى يُمَاطُ عَنِ الطَّرِيقِ، ووَجَدتُ في مَسَاوِئِ أَعْمَالِهَا النُّخَاعَةُ تَكُونُ في المَسْجِدِ لا تُدْفَنُ».رواه مسلم
عن عائشة رضي الله عنها قالت: كان رسولُ اللهِ صلى الله عليه وسلم إذا فَاتَتْهُ الصَّلَاةُ مِنَ الليلِ مِن وَجَعٍ أَوْ غَيْرِهِ، صَلَّى من النَّهَارِ ثِنْتَيْ عَشْرَةَ رَكْعَةً.رواه مسلم
عن عائشة رضي الله عنها والمغيرة بن شعبة رضي الله عنه : أن النبي صلى الله عليه وسلم كان يقوم من الليل حتى تَتَفَطَّرَ قَدَمَاهُ فقلت له: لم تَصْنَعُ هذا يا رسول الله، وقد غفر اللهُ لك ما تقدم من ذنبك وما تأخر؟ قال: «أَفَلَا أحب أن أكونَ عبدا شَكُورًا».حديث عائشة -رضي الله عنها-: متفق عليه. حديث المغيرة بن شعبة -رضي الله عنه-: متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “สถานที่ที่อัลลอฮ์ชื่นชอบมากที่สุดคือมัสยิด และสถานที่ที่อัลลอฮ์เกลียดชังมากที่สุดคือตลาด”บันทึกโดย มุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: เมื่อสิบคืนสุดท้ายของเดือนรอมฎอน มาถึง ท่านรอซูลุลลอฮ์ (ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) จะทำให้ค่ำคืนมีชีวิตชีวา (ด้วยการอิบาดะฮ์) จะปลุกคนในครอบครัวของท่าน (ให้ตื่นขึ้นมาทำอิบาดะฮ์)และจะพยายามอย่างจริงจัง (ในอิบาดะฮ์) และรัดผ้านุ่งของท่านให้แน่นกระชับ(เอาจริงเอาจังและปลีกตัวออกมาจากการร่วมหลับนอนกับภรรยา)บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า เขาได้ยิน ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พวกเจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่า หากมีลำธารไหลผ่านหน้าบ้านของพวกเจ้าคนหนึ่ง โดยที่เขาอาบน้ำชำระร่างกายในลำธารนั้นห้าครั้งต่อวัน เจ้าจะคิดอย่างไร จะมีสิ่งสกปรกติดอยู่อีกไหม?" พวกเขากล่าวว่า จะไม่มีสิ่งสกปรกติดอยู่อีกเลย ท่านนบีกล่าวว่า "เช่นเดียวกับการละหมาดห้าเวลา ที่อัลลอฮ์จะทรงลบล้างบาป"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عائشة رضي الله عنها قالت: « خَسَفَتِ الشمس على عهد رسول الله صلى الله عليه وسلم فصَلَّى رسول الله صلى الله عليه وسلم بالناس. فأطال القيام، ثم ركع، فأطال الركوع، ثم قام، فأطال القيام -وهو دون القيام الأول- ثم ركع، فأطال الركوع -وهو دون الركوع الأول- ثم رفع فأطال القيام -وهو دون القيام الأول- ثم سجد، فأطال السجود، ثم فعل في الركعة الأخرى مثل ما فَعَل في الرَّكعة الأولى، ثم انصرف، وقد تَجَلَّتْ الشمس، فخَطَب الناس، فحَمِد الله وأَثْنَى عليه، ثُمَّ قال: إِنَّ الشَّمس والقمَر آيَتَان مِن آيات الله، لا ينْخَسِفَانِ لموت أحد ولا لِحَيَاته، فَإِذا رَأَيتُم ذلك فَادْعُوا اللَّه وكَبِّرُوا ، وصَلُّوا وتَصَدَّقُوا. ثم قال: يا أُمَّة مُحمَّد، واللهِ ما من أحد أغْيَرُ من الله أن يَزْنِيَ عبده أو تَزْنِيَ أَمَتُهُ. يا أُمَّةَ محمد، والله لو تعلمون ما أعلم لَضَحِكْتُمْ قليلا ولَبَكَيْتم كثيرا». وفي لفظ: «فاسْتَكَمَل أَرْبَع رَكَعَاتٍ وَأَرْبَع سَجَدَاتٍ».متفق عليه
عن عائشة رضي الله عنها قالت: «من كلِّ الليل أَوْتَرَ رسول الله صلى الله عليه وسلم : من أول الليل، وأوسطه، وآخره، وانتهى وِتْرُهُ إلى السَّحَرِ».متفق عليه
จากอัมรุ บิน ชุอัยบ์ จากพ่อของเขา จากปู่ของเขา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า: "พวกเจ้าจงใช้บรรดาลูกๆ ของพวกเจ้าให้ละหมาด เมื่อพวกเขามีอายุเจ็ดขวบ และพวกเจ้าจงตีพวกเขาหากพวกเขาไม่ละหมาด เมื่อพวกเขามีอายุสิบขวบและจงแยกห้องนอนระหว่างพวกเขา"บันทึกโดย อบูดาวูด
عن عبد الله بن زيد بن عَاصِم المازِنِي رضي الله عنه قال: «خرج النبي صلى الله عليه وسلم يَسْتَسْقِي، فتَوَجَّه إلى القبلة يدْعو، وحَوَّل رِدَاءه، ثم صلَّى ركعتين، جَهَرَ فيهما بالقِراءة». وفي لفظ «إلى الْمُصَلَّى».متفق عليه
عن عبد الله بن عمرو بن العاص رضي الله عنهما مرفوعاً: "كُلُوا، وَاشْرَبُوا، وَتَصَدَّقُوا، وَالْبَسُوا، غَيْرَ مَخِيلَة، وَلَا سَرَف".رواه ابن ماجه والإمام أحمد، وذكره البخاري في صحيحه تعليقًا مجزومًا به
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “พวกเจ้าอย่าได้ด่าทอคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะพวกเขาได้ไปถึงสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้แล้ว"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์
จากอัลดุรเราะห์มาน บิน อบูลัยลา กล่าวว่า กะอ์บุ บิน อุจเราะฮ์ กล่าวว่า เจ้าจะเอาไหม ฉันจะมอบของขวัญแก่เจ้า? แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ออกมายังพวกเรา แล้วพวกเราก็กล่าวว่า โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แท้จริงพวกเรารู้แล้วว่าวิธีการให้สลามแก่ท่านเป็นอย่างไร แต่พวกเรา(ไม่รู้ว่าวิธี)จะเศาะละวาตแก่ท่านอย่างไร? ท่านนบีตอบว่า "พวกเจ้าจงกล่าว: อัลลอฮุมมะ ศ็อลลิอะลา มุหัมมัด วะอะลาอาลิ มุหัมมัด กะมาศ็อลลัยตะ อะลา อาลิอิบรอฮีม อินนะกะ หะมีดุมมะญีด อัลลอฮุมมะ บาริกอะลา มุหัมมัด วะอะลาอาลิ มุหัมมัด กะมาบาร็อกตะ อะลาอาลิอิบรอฮีม อินนะกะ หะมีดดุม มะญีด" (ความว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา ขอทรงประทานพรแด่มุหัมมัดและครอบครัวของมุหัมมัด เช่นที่พระองค์ประทานพรแด่ครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง โอ้ พระผู้อภิบาลของเรา ขอทรงประทานความจำเริญแด่มุหัมมัดและครอบครัวของมุหัมมัด เช่นที่พระองค์ประทานความจำเริญแด่ครอบครัวของอิบรอฮีม แท้จริงพระองค์นั้นทรงยิ่งด้วยการสรรเสริญและบารมีอันสูงส่ง")บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอุบาดะฮ์ บิน อัศศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "การละหมาดนั้นใช้ไม่ได้สำหรับผู้ที่ไม่อ่านอัลฟาติหะฮ์"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أَنَس بن مالك رضي الله عنه مرفوعاً: «ما صَلَّيْتُ خلف إمام قَطُّ أَخَفَّ صلاة، ولا أَتَمَّ صلاة من النبي صلى الله عليه وسلم ».متفق عليه
عن أبي هريرة رضي الله عنه عن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: «مَنْ شهدَ الْجَنَازَةَ حتى يصلَّى عليها فله قِيرَاطٌ، ومن شهدها حتى تُدفن فله قِيرَاطان، قيل: وما القِيرَاطَانِ؟ قال: مثل الجبلين العظيمين». ولمسلم: «أصغرهما مثل أُحُدٍ».متفق عليه
عن جُنْدُب بن عَبْدِ الله البجَليِّ رضي الله عنه قال: «صلى النبي صلى الله عليه وسلم يوم النَّحر، ثم خطب، ثم ذبح، وقال: من ذبح قبل أن يُصَلِّيَ فَلْيَذْبَحْ أُخرى مكانها، ومن لم يذبح فَلْيَذْبَحْ باسم الله».متفق عليه
จากญุนดุบ บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “ผู้ใดที่ละหมาดศุบห์เขาจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของอัลลอฮ์ ดังนั้น พวกเจ้าอย่าได้ให้อัลลอฮ์ตามหาผู้ที่ฝ่าฝืนการคุ้มครองของพระองค์ (ด้วยการละเลยในการละหมาดศุบห์หรือละเมิดทำร้ายผู้ที่ละหมาดศุบห์) เพราะผู้ใดที่พระองค์ตามหาผู้ที่ฝ่าฝืนการคุ้มครองของพระองค์แล้ว แน่นอนอัลลอฮ์จะทรงพบเจอเขา จากนั้นพระองค์ก็จะทรงคว่ำใบหน้าของเขาลงในนรกญะฮันนัม”บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ผู้ใดที่ออกจากบ้านไปมัสยิดในตอนเช้าหรือตอนเย็น อัลลอฮ์จะทรงเตรียมที่พักในสวรรค์ให้แก่เขา ทุกครั้งที่เขาไปตอนเช้าหรือตอนเย็นบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عمر بن الخطاب رضي الله عنه مرفوعًا: «مَنْ نَامَ عَنْ حِزْبِهِ مِنَ الليلِ، أو عَنْ شَيْءٍ مِنه، فَقَرَأَهُ ما بَيْنَ صَلَاةِ الفَجْرِ وَصَلَاةِ الظُّهْرِ، كُتِبَ لهُ كَأَنَّمَا قَرَأَهُ مِنَ الليلِ».رواه مسلم