TH
ฟิกฮ์และหลักพื้นฐานของวิชาฟิกฮ์
ฟิกฮุ อิบาดะฮฺ (ฟิกฮ์ที่เกี่ยวกับอิบาดะฮ์)
231 hadiths
ความสะอาด
18
การละหมาด
126
การจัดการศพ
11
การจ่ายซะกาต
13
การถือศีลอด
40
การประกอบพิธีฮัจย์และอุมเราะฮ์
17
การญิฮาด
17
231 hadiths
จากมะอ์ดาน บิน อบีฏอลหะฮ์ อัลยะอ์มะรีย์ กล่าวว่า: ฉันได้พบกับท่านเษาบาน คนรับใช้ของเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วฉันก็กล่าวว่า: โปรดบอกฉันเกี่ยวกับการงานใดสักอย่างหนึ่งที่ฉันทำแล้ว อัลลอฮ์จะทำให้ฉันเข้าสวรรค์? หรือเขากล่าวว่า: ฉันกล่าวว่า: การกระทำที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด จากนั้น เขาก็นิ่งเงียบ ฉันถามเขาต่อ แต่เขาก็นิ่งเงียบ จากนั้นฉันก็ถามเขาเป็นครั้งที่สาม และเขาก็กล่าวว่า ฉันถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับเรื่องนั้น และท่านเราะซูลุลลอฮ์กล่าวว่า: “เจ้าต้องสุญูดต่ออัลลอฮ์มากๆ เพราะแท้จริงเจ้าไม่สุญูดต่ออัลลอฮ์ครั้งใด นอกจากอัลลอฮ์จะทรงยกสถานะของเจ้าด้วยการสุญูดนั้นหนึ่งขั้น และทรงลบล้างบาปออกจากเจ้าด้วยเช่นกัน” มะอ์ดานกล่าวว่า: จากนั้นฉันก็ได้พบกับท่านอบูดัรดาอ์ และฉันได้ถามเขา แล้วเขากล่าวแก่ฉันเหมือนที่ท่านเษาบานได้กล่าวไว้
บันทึกโดย มุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إذا قَام أحَدُكُم من الليل، فَاسْتَعْجَمَ القرآن على لِسَانه، فلم يَدْرِ ما يقول، فَلْيَضْطَجِع».
رواه مسلم
จากสะหัล เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริง ในสวรรค์นั้นมีประตูหนึ่งมีชื่อเรียกว่า อัร-ร็อยยาน ในวันกิยามะฮ์ผู้ถือศีลอดจะเข้าสวรรค์จากประตูนี้ ไม่มีผู้ใดเลยได้เข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา จะมีเสียงถามขึ้นมาว่า ‘ไหนเล่าบรรดาผู้ถือศีลอด?’ (เพื่อเรียกให้พวกเขาได้เข้าสวรรค์จากประตูนี้) แล้วพวกเขาก็จะยืนขึ้น ไม่มีผู้ใดสักคนได้เข้าจากประตูนี้นอกจากพวกเขา เมื่อพวกเขาได้เข้าไปหมดแล้ว ประตูนี้ก็จะถูกปิด จึงไม่มีผู้ใดได้เข้าไปจากประตูนี้อีกนอกจากพวกเขา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะจริงจังอย่างหนักในช่วงสิบคืนสุดท้ายในแบบที่เขาไม่เคยจริงจังอย่างหนักในครั้งอื่นใด
บันทึกโดย มุสลิม
عن ابن مسعود رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «لا حَسَدَ إلا في اثنتين: رجل آتاه الله مالا، فسَلَّطَه على هَلَكَتِهِ في الحَقِّ، ورجل آتاه الله حِكْمَة، فهو يقضي بها ويُعَلِّمَها». وعن ابن عمر رضي الله عنهما ، عن النبي صلى الله عليه وسلم قال: «لا حسد إلا في اثنتين: رجل آتاه الله القرآن، فهو يقوم به آناء الليل وآناء النهار، ورجل آتاه الله مالا، فهو ينفقه آناء الليل وآناء النهار».
حديث ابن مسعود رضي الله عنه: متفق عليه. حديث ابن عمر رضي الله عنه: متفق عليه
عن أبي هريرة ـ رضي الله عنه ـ قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «لا يَلِجُ النارَ رجُل بَكى من خشية الله حتى يَعود اللَّبنُ في الضَّرْع، ولا يَجتمع غُبَارٌ في سبيل الله وَدُخَانُ جهنم».
رواه الترمذي والنسائي وأحمد
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «مَا يَجِدُ الشَّهيد من مَسِّ القتل إلا كما يَجِدُ أَحَدُكُمْ من مَسِّ القَرْصَةِ».
رواه الترمذي وابن ماجه والنسائي والدارمي وأحمد
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قيل: يا رسول الله، ما يعدل الجهاد في سبيل الله؟ قال: «لا تستطيعونه» فأعادوا عليه مرتين أو ثلاثًا كل ذلك يقول: «لا تستطيعونه»! ثم قال: «مثل المجاهد في سبيل الله كمثل الصائم القائم القانت بآيات الله لا يَفْتُرُ من صيام، ولا صلاة، حتى يرجع المجاهد في سبيل الله». وفي رواية البخاري: أن رجلاً قال: يا رسول الله، دلني على عمل يعْدِلُ الجهاد؟ قال: «لا أجده» ثم قال: «هل تستطيع إذا خرج المجاهد أن تدخل مسجدك فتقوم ولا تفتر، وتصوم ولا تفطر»؟ فقال: «ومن يستطيع ذلك؟!»
متفق عليه، والرواية الثانية للبخاري
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “โอ้ อบูสะอีด ผู้ใดที่พอใจกับอัลลอฮ์ในฐานะพระเจ้าของเขา อิสลามเป็นศาสนาของเขา และมูฮัมหมัดในฐานะศาสดาของเขา สวรรค์ย่อมเป็นที่แน่ชัดสำหรับเขา” ดังนั้น อบูสะอีด จึงประหลาดใจกับสิ่งนี้ เขาจึงกล่าวว่า จงกล่าวให้แก่ฉันอีกครั้งเถิด โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ เขาก็ทำเช่นนั้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า: “และอีกเรื่องหนึ่งซึ่งบ่าวคนหนึ่งจะถูกยกระดับของเขานับร้อยระดับในสวรรค์โดยความห่างระหว่างทุกสองระดับนั้น ราวฟ้ากับดิน" เขาจึงถามว่า: อะไรหรือโอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เอ่ย? ท่านนบีตอบว่า: “การญิฮาดเพื่อพระเจ้า การญิฮาดเพื่อพระเจ้า”
บันทึกโดย มุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ผู้ใดที่ถือศีลอดในเดือนเราะมะฎอนด้วยความศรัทธามั่นและหวังในผลบุญ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากบาปของเขาที่ผ่านมา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “ผู้ใดที่ลุกขึ้น(ละหมาดและประกอบอิบาดะฮ์)ในคืนลัยละตุลก็อดร์ ด้วยความศรัทธามั่นและหวังในผลบุญ เขาจะได้รับการอภัยโทษจากบาปของเขาที่ผ่านมา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
وعن سالم بن عبد الله بن عمر بن الخطاب رضي الله عنهم عن أبيه: أن رسول الله صلى الله عليه وسلم قال: « نِعْمَ الرَّجُلُ عبد الله، لو كان يُصلِّي من الليل» قال سالم: فكان عبد الله بعد ذلك لا يَنامُ من الليل إلا قليلًا.
متفق عليه
จากอบูสะอีดอัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "บ่าวคนใดที่ถือศีลอดหนึ่งวันในหนทางของอัลลอฮ์ อัลลอฮ์จะทรงให้ใบหน้าของเขาห่างไกลจากไฟนรกมีระยะห่างถึง 70 ปี"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากซะฮัล บิน สะอัด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "มนุษย์ยังคงอยู่ในความดีตราบใดที่พวกเขารีบเร่งในการละศีลอด"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากซัยด์ บิน ษาบิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: เราทานอาหารซะฮูรร่วมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จากนั้นท่านนบีก็ลุกขึ้นขึ้นเพื่อไปละหมาด ฉันกล่าวว่า: ระหว่างการอาซานและการทานซะฮูรนั้นมีระยะเวลาห่างกันเท่าใด? ท่านนบีตอบว่า : ประมาณห้าสิบโองการ
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งผู้ศรัทธา เราะฎิยัลลอฮุอันฮา ภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะปลีกตัวออกไป(เอี๊ยะติกาฟ)ในช่วงสิบวันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จนกระทั่งท่านเสียชีวิต หลังจากนั้นบรรดาภรรยาของท่านก็ได้ทำการปลีกตัว(เอี๊ยะติกาฟ)หลังจากท่านด้วย
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พวกเจ้าทั้งหลายจงรับประทานอาหารซะฮูรเถิด เพราะว่ามันมีความจำเริญอยู่ในนั้น"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เคยอยู่ระหว่างการเดินทาง ท่านได้เห็นฝูงชนเบียดเสียดกันอยู่ และมีชายคนหนึ่งที่คนอื่นกำลังกางร่มให้ ท่านจึงถามว่า “นี่เกิดอะไรขึ้น?” พวกเขาตอบว่า“เขากำลังถือศีลอดอยู่ครับ”ท่านนบีจึงกล่าวว่า: “การถือศีลอดขณะเดินทางไม่ใช่ความดีงาม”,และในรายงานของมุสลิมมีถ้อยคำว่า:“พวกท่านจงรับเอาการผ่อนปรนของอัลลอฮ์เถิด ที่พระองค์ทรงอนุญาตให้แก่พวกท่าน”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "อย่าถือศีลอดก่อนเดือนรอมฎอนด้วยการถือศีลอดหนึ่งหรือสองวัน เว้นแต่ผู้ที่ถือศีลอดเป็นประจำ ให้เขาถือศีลอดได้"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กำหนดให้ซะกาตฟิฏริ เป็นอินทผลัมหนึ่งศออ์หรือจากข้าวบาร์เลย์หนึ่งศออ์ ทั้งผู้ที่เป็นทาสและเป็นไท ชายและหญิง เด็กและผู้ใหญ่ ที่เป็นมุสลิม และท่านสั่งให้กระทำก่อนที่ผู้คนจะออกไปละหมาดอีด
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ไม่อนุญาตให้สตรีมุสลิมเดินทางข้ามคืน เว้นแต่นางจะมีชายผู้เป็นผู้ปกครองสำหรับนางด้วย"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن عائشة وأم سلمة رضي الله عنهما «أن رسول الله صلى الله عليه وسلم كان يُدْرِكُهُ الفجر وهو جُنٌبٌ من أهله، ثم يغتسل ويصوم ».
متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ผู้ใดที่ลืมขณะถือศีลอด แล้วกินหรือดื่ม ก็ให้เขาถือศีลอดต่อไปให้ครบถ้วน เพราะแท้จริงอัลลอฮ์ได้ประทานอาหารและเครื่องดื่มแก่เขา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แนะนำให้ฉันทำสามสิ่ง: การถือศีลอดสามวันของทุกๆ เดือน การละหมาดสองร็อกอะฮ์ของการละหมาดฏูฮา และการละหมาดวิตรก่อนนอน
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
Previous page
Page 3 of 10
Next page