Hadith for the World
Topic

คุณธรรมและมารยาท

288 hadiths

288 hadiths

จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศจริงๆ มีคนถามว่า ใครหรือ? โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า "สำหรับผู้ที่ทันได้อยู่กับพ่อแม่ของเขาไม่ว่าจะคนหนึ่งคนใดหรือทั้งสองก็ตามในยามที่ท่านทั้งสองได้แก่เฒ่า แต่สุดท้ายเขาจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์เลย"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ครั้งหนึ่ง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังเดินบนถนนสู่มักกะฮ์ และได้เดินผ่านภูเขาลูกหนึ่งมีชื่อว่า ญุมดาน ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า: "จงเดินไปยังรวดเร็ว นี่คือผู้เขาญุมดาน เหล่าอัลมุฟัรริดูนได้รุกหน้าไปแล้ว" พวกเขากล่าวว่า “อัลมุฟัรริดูนคืออะไรหรือโอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: "คือกลุ่มชายและหญิงที่มักจะระลึกถึงอัลลอฮ์อยู่เสมอ"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ชายคนหนึ่งได้ให้ผู้อื่นกู้หนี้ยืมสิน แล้วกล่าวกับคนของเขาว่า หากมีคนที่ลำบากมา ก็จงยกโทษให้พวกเขาไป หวังว่าอัลลอฮ์จะทรงยกโทษพวกเรา ดังนั้นเมื่อเขาก็ได้กลับไปหาอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ก็ทรงยกโทษเขา"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ฉันได้ยิน ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ประชาชาติของฉันทุกคนจะถูกให้อภัย เว้นแต่ผู้ที่กระทำบาปอย่างเปิดเผย และแท้จริง ส่วนหนึ่งของการเปิดเผย(บาป)นั้นก็คือ การที่ชายคนหนึ่งกระทำการงาน(บาป)หนึ่งในเวลากลางคืน หลังจากนั้น เขาตื่นเช้าขึ้นมาในสภาพที่อัลลอฮ์ได้ทรงปกปิดบาปนั้นให้แก่เขา แล้วเขา(ผู้กระทำบาปนั้น)ก็กล่าวว่า โอ้ท่าน ฉันได้กระทำ(บาป)อย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า เขาได้ใช้เวลาทั้งคืนในสภาพที่อัลลอฮ์ทรงปกปิดบาปของเขา และเขาตื่นเช้าขึ้นมาเปิดเผยความลับที่อัลลอฮ์ทรงปกปิดให้แก่เขา"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากสะอัด บิน อบี วักกอศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: เราอยู่กับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และท่านกล่าวว่า: "มีอุปสรรคใดในหมู่พวกท่าน ที่ทำให้ไม่สามารถทำความดีนับพันครั้งได้ในทุกๆ วัน" จากนั้นผู้ซักถามคนหนึ่งจากผู้ฟังของเขาถามเขาว่า: คนใดคนหนึ่งในหมู่เรานั้นจะได้บุญนับพันครั้งได้อย่างไร? เขากล่าวว่า: “ให้ทำการกล่าวว่าตัสบีห์ (ซุบหานัลลอฮ์) ร้อยครั้ง เขาจะได้รับการจดบันทึกแก่เขาหนึ่งพันความดี หรือไม่บาปพันครั้งจะถูกลบล้างไปจากเขา”บันทึกโดย มุสลิม
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวสามวันก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า "ผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าอย่าได้ตายเป็นอันขาด เว้นแต่เขาจะคิดดีต่ออัลลอฮ์"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูมูซา เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้รำลึกถึงพระเจ้าของเขากับผู้ที่ไม่รำลึกถึงพระเจ้า เปรียบเสมือนหนึ่งคนที่มีชีวิตกับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว สำนวนที่บันทึกโดยมุสลิม ว่า: “อุปมาบ้านที่มีการรำลึกถึงพระเจ้า และบ้านที่ไม่มีการรำลึกถึงพระเจ้านั้น อุปไมดังเช่น คนเป็นและคนตาย"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: جاء رجل إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم فقال: يا رسول الله، مَنْ أحقُّ الناس بِحُسن صَحَابَتِي؟ قال: «أمك» قال: ثم مَنْ ؟ قال: «أمك»، قال: ثم مَنْ؟ قال: «أمك»، قال: ثم مَنْ؟ قال: «أبوك». متفق عليه. وفي رواية: يا رسول الله، مَنْ أحقُّ بحُسْنِ الصُّحْبَةِ؟ قال: «أمك، ثم أمك، ثم أمك، ثم أباك، ثم أدْنَاك أدْنَاك».الرواية الأولى: متفق عليها. الرواية الثانية: رواها مسلم
عن أنس رضي الله عنه مرفوعاً: «من خَرج في طلب العلم فهو في سَبِيلِ الله حتى يرجع».رواه الترمذي
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «من رآني في المنام فَسَيَرَانِي في اليَقظة -أو كأنما رآني في الْيَقَظَةِ- لا يَتَمَثَّلُ الشيطان بي».متفق عليه. مسلم
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “โอ้ อบูสะอีด ผู้ใดที่พอใจกับอัลลอฮ์ในฐานะพระเจ้าของเขา อิสลามเป็นศาสนาของเขา และมูฮัมหมัดในฐานะศาสดาของเขา สวรรค์ย่อมเป็นที่แน่ชัดสำหรับเขา” ดังนั้น อบูสะอีด จึงประหลาดใจกับสิ่งนี้ เขาจึงกล่าวว่า จงกล่าวให้แก่ฉันอีกครั้งเถิด โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ เขาก็ทำเช่นนั้น จากนั้นเขาก็กล่าวว่า: “และอีกเรื่องหนึ่งซึ่งบ่าวคนหนึ่งจะถูกยกระดับของเขานับร้อยระดับในสวรรค์โดยความห่างระหว่างทุกสองระดับนั้น ราวฟ้ากับดิน" เขาจึงถามว่า: อะไรหรือโอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์เอ่ย? ท่านนบีตอบว่า: “การญิฮาดเพื่อพระเจ้า การญิฮาดเพื่อพระเจ้า”บันทึกโดย มุสลิม
จากวะห์ชีย์ บิน หัรบ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ: พวกเขากล่าวว่า: โอ้ท่านรอซูลุลลอฮ์ พวกเรากินแล้วยังไม่อิ่ม เขากล่าวว่า: “บางทีพวกท่านรับประทานอาหารโดยแยกกัน?” พวกเขากล่าวว่า: ใช่ เขากล่าวว่า: "ถ้าเช่นนั้นพวกท่านจงรับประทานอาหารของพวกท่านร่วมกัน และเอ่ยพระนามของพระเจ้าเหนือมื้อนั้น พระองค์จะทรงประทานความจำเริญแก่พวกท่านในนั้น"บันทึกโดย อบูดาวูด และอิบนุมาญะฮ์ และอะห์มัด
عن أنس رضي الله عنه مرفوعاً: «يَتْبَعُ الميتَ ثلاثةٌ: أهْلُه ومَالُه وعَمَلُه، فيرجع اثنان ويَبْقى واحد: يرجع أهْلُه ومَالُه، ويبقى عَمَلُه».متفق عليه
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะควรให้สลามแก่ผู้ที่เดินเท้า ผู้ที่เดินเท้าควรให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง และกลุ่มคนที่น้อยกว่าควรให้สลามแก่กลุ่มคนที่มากกว่า" และในสำนวนของอัลบุคอรีย์: "เด็กควรให้สลามแก่ผู้ใหญ่ ผู้ที่เดินผ่านควรให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง และกลุ่มคนที่น้อยกว่าควรให้สลามแก่กลุ่มคนที่มากกว่า"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
عن أنس بن مالك رضي الله عنه مرفوعاً: «يُؤتى بأنعم أهل الدنيا من أهل النار يوم القيامة، فَيُصْبَغُ في النار صَبْغَةً، ثم يقال: يا ابن آدم، هل رأيت خيرًا قطُّ؟ هل مَرَّ بك نَعِيمٌ قطُّ؟ فيقول: لا والله يا رب، وَيُؤْتَى بأشدِّ الناس بُؤسًا في الدنيا من أهل الجَنَّة، فَيُصْبَغُ صَبْغَةً في الجنَّة، فيقال له: يا ابن آدم، هل رأيت بُؤسًا قط؟ هل مَرَّ بك شِدَّةٌ قط؟ فيقول: لا والله، ما مَرَّ بي بُؤْسٌ قطٌّ، ولا رأيت شِدةً قَطُّ».رواه مسلم
عن أبي هريرة رضي الله عنه قال: سمعت رسول الله صلى الله عليه وسلم يقول: «جَعَلَ اللهُ الرحمةَ مائة جُزْءٍ، فَأَمْسَكَ عِنْدَهُ تِسْعَةً وَتِسْعِينَ، وأَنْزَلَ في الأَرْضِ جُزْءًا وَاحِدًا، فَمِنْ ذَلِكَ الجُزْءِ يَتَرَاحَمُ الخَلَائِقُ، حتى تَرْفَعَ الدَّابَّةُ حَافِرَهَا عَنْ وَلَدِهَا خَشْيَةَ أَنْ تُصِيبَهُ». وفي رواية «إِنَّ للهِ تعالى مئةُ رحمةٍ، أَنْزَلَ منها رحمةً واحدةً بَيْنَ الجِنِّ والإنسِ والبَهَائِمِ والهَوَامِّ، فَبِهَا يَتَعَاطَفُونَ، وبها يَتَرَاحَمُونَ، وبِهَا تَعْطِفُ الوَحْشُ على وَلَدِهَا، وأَخَّرَ اللهُ تعالى تِسْعًا وتِسْعِينَ رحمةً يَرْحَمُ بِهَا عِبَادَهُ يومَ القِيَامَةِ». وعن سلمان الفارسي رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «إِنَّ للهِ تعالى مئةُ رحمةٍ فمنها رحمةٌ يَتَرَاحَمُ بها الخَلْقُ بَيْنَهُمْ، وتِسْعٌ وتِسْعُونَ لِيَومِ القِيَامَةِ». وفي رواية: «إِنَّ اللهَ تَعَالَى خَلَقَ يَوْمَ خَلَقَ السَّمَاوَاتِ والأَرْضَ مئةَ رحمةٍ كُلُّ رحمةٍ طِبَاقَ مَا بَيْنَ السَّمَاءِ إلى الأَرْضِ، فَجَعَلَ منها في الأَرْضِ رَحْمَةً فبها تَعْطِفُ الوَالِدَةُ على وَلَدِهَا، والوَحْشُ والطَّيْرُ بَعْضُهَا عَلَى بَعْضٍ، فإذا كانَ يومُ القيامةِ أَكْمَلَهَا بِهَذِه الرحمةِ».حديث أبي هريرة -رضي الله عنه-: متفق عليه. حديث سلمان -رضي الله عنه-: رواه مسلم
จากอบู ซัร ญุนดุบ อิบนุ ญุนาดะฮ์ และอบู อับดุรเราะห์มาน มุอาซ อิบนุ ญะบัล เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา จากท่านเราะสูลุลลอฮ์ ﷺ กล่าวว่า: "จงยำเกรงอัลลอฮ์ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด และเมื่อทำความผิดไปแล้ว ก็จงตามด้วยความดี ความดีนั้นจะลบล้างความผิดนั้น และจงปฏิบัติต่อผู้คนด้วยมารยาทอันดีงาม"บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์
อัน-เนาวัส บิน สิมอาน อัล-อันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ถามท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับความความดีและบาป และท่านกล่าวว่า: “ความดีคือมีมารยาทที่ดี ส่วนบาปคือสิ่งที่ทำให้ใจของเจ้ากระวนกระวาย และเจ้าไม่ต้องการให้ผู้คนรับรู้ถึงสิ่งนั้น"บันทึกโดย มุสลิม
عن أنس بن مالك رضي الله عنه قال: قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : «للَّهُ أَفْرَحُ بِتَوْبَةِ عَبْدِهِ مِنْ أَحَدِكُمْ، سَقَطَ عَلَى بَعِيرِهِ، وَقَدْ أَضَلَّهُ فِي أَرْضِ فَلاَةٍ». وفي رواية: «لَلَّهُ أَشَدُّ فَرَحًا بِتَوْبَةِ عَبْدِهِ حِينَ يَتُوبُ إِلَيْهِ، مِنْ أَحَدِكُمْ كَانَ عَلَى رَاحِلَتِهِ بِأَرْضِ فَلَاةٍ، فَانْفَلَتَتْ مِنْهُ وَعَلَيْهَا طَعَامُهُ وَشَرَابُهُ، فَأَيِسَ مِنْهَا، فَأَتَى شَجَرَةً، فَاضْطَجَعَ فِي ظِلِّهَا، وقَدْ أَيِسَ مِنْ رَاحِلَتِهِ، فَبَيْنَا هُوَ كَذَلِكَ إِذَا هُوَ بِهَا، قَائِمَةً عِنْدَهُ، فَأَخَذَ بِخِطَامِهَا، ثُمَّ قَالَ مِنْ شِدَّةِ الْفَرَحِ: اللهُمَّ أَنْتَ عَبْدِي وَأَنَا رَبُّكَ! أَخْطَأَ مِنْ شِدَّةِ الْفَرَح».متفق عليه والرواية الأولى لفظ البخاري، والرواية الثانية لفظ مسلم
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “แท้จริง อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ในเวลากลางคืน เพื่อรับการสำนึกผิดของผู้กระทำความผิดในตอนกลางวัน และทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ในตอนกลางวันเพื่อรับการสำนึกผิดของผู้กระทำผิดในตอนกลางคืน จนกระทั่ง ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก"บันทึกโดย มุสลิม
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ไม่อนุญาตให้สตรีมุสลิมเดินทางข้ามคืน เว้นแต่นางจะมีชายผู้เป็นผู้ปกครองสำหรับนางด้วย"บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอบู ฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงมองที่รูปร่างหน้าตาหรือความมั่งคั่งของพวกเจ้า แต่พระองค์จะทรงมองที่จิตใจและการกระทำของพวกเจ้า"บันทึกโดย มุสลิม
จากอุมัร อิบนุลค็อฏฏ็อบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: :“แท้จริงการกระทำทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา และแท้จริงบุคคลย่อมได้รับการตอบแทนตามที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้ ดังนั้นผู้ใดที่การอพยพของเขาเป็นไปด้วยเจตนาเพื่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ การอพยพของเขาก็จะเป็นไปเพื่ออัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์ และผู้ใดที่การอพยพของเขาเป็นไปเพื่อหวังผลประโยชน์ทางโลกนี้ เพื่อจะได้รับมัน หรือเพื่อผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วย ดังนั้นการอพยพของเขาก็จะเป็นไปตามเจตนาที่เขาอพยพไปนั่นเอง” และในสำนวนของอิหม่ามอัลบุคอรีย์มีระบุว่า "แท้จริงการกระทำทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับเจตนา และแท้จริงสำหรับทุกคนนั้นย่อมได้รับการตอบแทนตามที่เขาได้ตั้งเจตนาไว้ »บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิม
จากอับดุลลอฮ์ บิน อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จับไหล่ฉัน และกล่าวว่า: "จงอยู่ในโลกดุนยานี้ประหนึ่งว่าเจ้าเป็นคนแปลกหน้า หรือเป็นผู้เดินทาง (ผ่านมา,ไม่ได้พำนักในที่นั้นอย่างถาวร) อับดุลลอฮ์ อิบนุอุมัร ได้กล่าวว่า "ถ้าชีวิตของเจ้าถึงยามกลางคืนแล้ว ก็อย่ารอให้ถึงตอนเช้า (หมายถึงอย่าหวังว่าจะอยู่ถึงเช้าอีกวันหนึ่ง ให้คิดว่ากลางคืนนั้นคือเวลาสุดท้ายของเจ้า) และถ้าชีวิตของเจ้าอยู่ถึงตอนเช้ารุ่งอีกวันหนึ่ง ก็อย่ามีความหวังว่าจะอยู่ถึงกลางคืน (เมื่อมีสุขภาพดี) เจ้าก็จงใช้เวลาที่สุขภาพ(ดี)ของท่านทำความดี เพื่อเวลาที่ท่านป่วย(อ่อนแอ ไม่สามารถสะสมความดี) เจ้าจะได้มีการงานที่สะสมไว้แล้ว และจงใช้เวลาว่างในชีวิตของเจ้า(เอาไว้สะสมความดี) ก่อนที่ความตายจะมาถึงบันทึกโดย อัล-บุคอรีย์